Autotirechecking สเปคและราคายางอัพเดตล่าสุด TOP CHART ยางรถยนต์ - ยางรถยนต์ขอบ 13" - ยางรถยนต์ขอบ 14 " - ยางรถยนต์ขอบ 15 " - ยางรถยนต์ขอบ 16 " - ยางรถยนต์ขอบ 17 " - ยางรถยนต์ขอบ 18 " - ยางรถยนต์ขอบ 19 " - ยางรถยนต์ขอบ 20 " - ยางรถยนต์ขอบ 21 " - ยางรถยนต์ขอบ 22 " ราคาและสเปคล้อแม็ก ราคาและสเปคแบตเตอรี่ ตารางผ่อนรถ โปรโมชั่น - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 14 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 15 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 16 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 17 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 18 " ติดต่อโฆษณา

บ๊าย บาย Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่

14/02/2022 l อ่าน 26 ครั้ง l POST IN :: บทความทั้งหมด l By :

ใครอยากเสียเวลากับเครื่องยนต์สันดาปภายในก็เชิญ แต่ Nissan พร้อมเปลี่ยนแปลงไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าและจะหยุดพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่แล้ว

บ๊าย บาย Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่

โดยสำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Nissan Motor จะไม่พัฒนาเครื่องยนต์เบนซินบล็อกใหม่อีกต่อไปแล้ว ในทุกภูมิภาคยกเว้นแค่ตลาดสหรัฐฯ และจะโฟกัสไปที่ยานยนต์ไฟฟ้าหวังขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์เบอร์หนึ่งของญี่ปุ่นแทน Toyota

บ๊าย บาย Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่

ซึ่งในขณะนี้ Nissan ได้หยุดพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินสำหรับรถยนต์ที่จำหน่ายในยุโรปเรียบร้อย แต่ส่วนตลาดอเมริกา Nissan จะยังพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินต่อไปเพื่อใช้ในกระบะที่ยังมีความต้องการมากพอในระดับหนึ่ง

บ๊าย บาย Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่

จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Nissan จะตัดสินใจเดินทางสายคลีนนี้ เพราะหลายประเทศทั่วโลกเริ่มยกระดับความเข้มงวดกับการปล่อยของเสียจากยานพาหนะมากขึ้นเพื่อกดดันผู้ผลิตรถยนต์ขยับไปสู่สังคมยานยนต์ไร้มลพิษ

เช่น ในยุโรปนอกจากจะขีดเส้นตายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในไว้ในปี 2030 แล้ว ยังมีการปรับข้อกำหนดในการปล่อยมลพิษของรถยนต์ใหม่ที่วางจำหน่ายจะต้องผ่านมาตรฐาน Euro 7 ต้นปี 2025

บ๊าย บาย Nissan ประกาศเลิกพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินใหม่

ดังนั้น หากผู้ผลิตรถยนต์ต้องมาลงทุนมหาศาลพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในให้ผ่านมาตรฐานมลพิษสุดเข้มงวดและต้องถูกยกเลิกในปี 2030 สู้เปลี่ยนไปเป็นพลังงานไฟฟ้าที่อนาคตไกลไปเลยดีกว่า

ขณะที่ตลาดญี่ปุ่นและจีนก็เช่นกัน Nissan จะไม่มีการพัฒนาเครื่องยนต์เบนซินล้วน แต่ในส่วนของเครื่องยนต์พลังงานผสมอย่าง Hybrid จะยังคงดำเนินต่อไป

ที่มา : Nikkei Asia

Tags:
Top