Autotirechecking สเปคและราคายางอัพเดตล่าสุด TOP CHART ยางรถยนต์ - ยางรถยนต์ขอบ 13" - ยางรถยนต์ขอบ 14 " - ยางรถยนต์ขอบ 15 " - ยางรถยนต์ขอบ 16 " - ยางรถยนต์ขอบ 17 " - ยางรถยนต์ขอบ 18 " - ยางรถยนต์ขอบ 19 " - ยางรถยนต์ขอบ 20 " - ยางรถยนต์ขอบ 21 " - ยางรถยนต์ขอบ 22 " ราคาและสเปคล้อแม็ก ราคาและสเปคแบตเตอรี่ ตารางผ่อนรถ โปรโมชั่น - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 14 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 15 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 16 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 17 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 18 " ติดต่อโฆษณา

ฝนตกถนนลื่น”เหินน้ำ”ภัยที่คนขับรถต้องรู้วิธีแก้แก้อาการ

 

ฝนตกถนนลื่นเหินน้ำภัยที่คนขับรถต้องรู้วิธีแก้แก้อาการ

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน สิ่งที่คนขับรถทุกคนต้องเผชิญคือสภาพถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ หลายคนคิดว่ารถตัวเองมีระบบความปลอดภัยล้ำสมัย มีระบบช่วยทรงตัวคงไม่เป็นไร แต่มีภัยเงียบอย่างหนึ่งที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถก็แทบจะช่วยไม่ได้ นั่นคือ “อาการเหินน้ำ (Hydroplaning หรือ Aquaplaning)” อาการนี้เกิดขึ้นในพริบตาและทำให้รถสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิงจนนำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกว่า อาการเหินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร และถ้าเกิดขึ้นกับรถเราแล้ว จะมีสติแก้ไขสถานการณ์อย่างไรให้รอดชีวิตครับ

ฝนตกถนนลื่นเหินน้ำภัยที่คนขับรถต้องรู้วิธีแก้แก้อาการ

1. อาการเหินน้ำ เกิดขึ้นได้อย่างไร?

อาการเหินน้ำคือสถานการณ์ที่ “หน้าสัมผัสของยางรถยนต์ไม่ได้แตะพื้นถนนจริง แต่ลอยอยู่บนชั้นฟิล์มน้ำ” ตามปกติแล้ว ร่องดอกยางรถยนต์ทำหน้าที่ “รีดน้ำ” ออกไปด้านข้างเพื่อให้เนื้อยางยังคงยึดเกาะกับผิวยางมะตอยหรือคอนกรีตได้ แต่เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูงเกินไป หรือในบริเวณนั้นมีแอ่งน้ำขังหนาแน่น ร่องดอกยางจะรีดน้ำออกไม่ทัน ทำให้น้ำดันตัวขึ้นมาแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างยางกับถนน เปรียบเสมือนรถกำลังวิ่งอยู่บนสกีน้ำ พวงมาลัยจะเบาหวิวและเหยียบเบรกหรือเลี้ยวไม่ได้เลย

2. ปัจจัยเร่งที่ทำให้รถเกิดการเหินน้ำ

 ความเร็วของรถ (Speed): ยิ่งขับเร็ว แรงดันน้ำใต้หน้ายางยิ่งสูง โอกาสที่ยางจะลอยตัวก็ยิ่งมาก (ความเร็วตั้งแต่ 80 กม./ชม. ขึ้นไปในขณะฝนตกหนัก ถือเป็นโซนอันตราย)

  • ความลึกของดอกยาง (Tread Depth): ยางที่ดอกยางสึกหรอจนเตียนโล้น (ต่ำกว่า 3 มิลลิเมตร) จะมีความสามารถในการรีดน้ำลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง
  • น้ำหนักของรถและแรงดันลมยาง: รถที่น้ำหนักเบาเกินไป หรือเติมลมยางอ่อนเกินไป แก้มยางจะย้วยและทำให้ร่องรีดน้ำทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

3. 4 ขั้นตอนการเอาตัวรอดเมื่อรถเกิดอาการเหินน้ำ

หากจู่ๆ รู้สึกว่าพวงมาลัยเบาหวิว รถเริ่มปัดซ้ายปัดขวาเมื่อวิ่งผ่านแอ่งน้ำ ให้ตั้งสติและทำตามนี้ทันที:

  1. ห้ามกระทืบเบรกเด็ดขาด: การเหยียบเบรกกะทันหันจะทำให้ล้อล็อก และเมื่อรถหลุดจากแอ่งน้ำไปเจอถนนแห้ง รถจะหมุนเคว้งทันที
  2. ประคองพวงมาลัยให้ตรง: จับพวงมาลัยด้วยสองมือให้มั่นคง อย่าเพิ่งหักเลี้ยวหลบไปไหน
  3. ถอนคันเร่งอย่างนุ่มนวล: เพื่อปล่อยให้แรงดึงของเครื่องยนต์ (Engine Brake) ช่วยชะลอความเร็วรถลงตามธรรมชาติ
  4. รอจนยางกลับมายึดเกาะถนน: เมื่อความเร็วลดลง ยางจะบดผ่านชั้นน้ำลงไปแตะพื้นถนนอีกครั้ง คุณจะรู้สึกว่าพวงมาลัยกลับมาตึงมือ จากนั้นจึงค่อยๆ ขับต่อไปอย่างช้าๆ

ฝนตกถนนลื่นเหินน้ำภัยที่คนขับรถต้องรู้วิธีแก้แก้อาการ

ตารางสรุปความเสี่ยงและระดับการเหินน้ำตามความลึกดอกยางและความเร็ว

ความลึกของดอกยาง ความเร็ว 60 กม./ชม. ความเร็ว 80 กม./ชม. ความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป
8 มม. (ยางใหม่เอี่ยม) ปลอดภัยสูง (รีดน้ำได้ 100%) ปลอดภัย (เริ่มมีแรงดันน้ำ) เสี่ยงปานกลาง (ควรลดความเร็ว)
4 มม. (ใช้งานมาระยะหนึ่ง) ปลอดภัย เสี่ยงปานกลาง (ยางรีดน้ำลดลง) เสี่ยงสูงมาก (โอกาสเหินน้ำสูง)
ต่ำกว่า 2 มม. (หมดสภาพ) เสี่ยงปานกลาง เสี่ยงสูงมาก (อันตรายวิกฤต) เกิดอุบัติเหตุรุนแรงแน่นอน

ดูข้อมูลอื่นที่น่าสนใจจาก AUTOTIRECHECKING ที่นี่เลย

ค้นหายางของด้วย Autotirechecking.com

author avatar
Juan Omar
Top