Autotirechecking สเปคและราคายางอัพเดตล่าสุด TOP CHART ยางรถยนต์ - ยางรถยนต์ขอบ 13" - ยางรถยนต์ขอบ 14 " - ยางรถยนต์ขอบ 15 " - ยางรถยนต์ขอบ 16 " - ยางรถยนต์ขอบ 17 " - ยางรถยนต์ขอบ 18 " - ยางรถยนต์ขอบ 19 " - ยางรถยนต์ขอบ 20 " - ยางรถยนต์ขอบ 21 " - ยางรถยนต์ขอบ 22 " ราคาและสเปคล้อแม็ก ราคาและสเปคแบตเตอรี่ ตารางผ่อนรถ โปรโมชั่น - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 14 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 15 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 16 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 17 " - โปรโมชั่นยางรถยนต์ขอบ 18 " ติดต่อโฆษณา

“ยางรถยนต์ระเบิด” ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำอย่างไรให้รอด?

ยางรถยนต์ระเบิด ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำอย่างไรให้รอด?
เสียงดังสนั่น “ปัง!” ตามด้วยอาการรถส่ายสะบัดอย่างรุนแรง นี่คือฝันร้ายที่สุดของคนขับรถทุกคน “ยางระเบิด (Tire Blowout)” มักเกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางด่วนหรือระหว่างเดินทางต่างจังหวัด สถิติระบุว่าอุบัติเหตุรุนแรงจากยางระเบิดไม่ได้เกิดจากตัวยางที่เสียหาย แต่เกิดจาก “การตกใจและตอบสนองที่ผิดวิธีของคนขับ” บทความนี้จะมาเผยคู่มือการเอาตัวรอดทีละสเต็ปอย่างมีสติ เพื่อเปลี่ยนจากสถานการณ์เสี่ยงชีวิตให้กลายเป็นความปลอดภัยครับ

ยางรถยนต์ระเบิด ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำอย่างไรให้รอด?

1. สิ่งที่ “ห้ามทำเด็ดขาด” เมื่อยางระเบิด

เมื่อเกิดเสียงระเบิด สัญชาตญาณดิบของมนุษย์มักจะสั่งให้ทำสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายถึงชีวิต:

 ห้ามกระทืบเบรกกะทันหัน: การเหยียบเบรกจมมิดในขณะที่ล้อข้างหนึ่งไม่มีแรงเสียดทานจากยาง จะทำให้รถหมุนคว้างกลางถนนทันทีและควบคุมไม่ได้

 ห้ามหักพวงมาลัยอย่างรุนแรง: การตกใจแล้วหักหลบเข้าข้างทางทันทีจะทำให้รถพลิกคว่ำได้ง่ายมาก

 ห้ามเหยียบคลัตช์ (สำหรับรถเกียร์ธรรมดา): เพราะจะทำให้รถขาดแรงฉุดจากเครื่องยนต์ (Engine Brake)

ยางรถยนต์ระเบิด ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำอย่างไรให้รอด?

2. 5 สเต็ปทองคำพารอดชีวิต

ตั้งสติให้มั่นภายใน 3 วินาทีแรก แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้:

1. มือทั้งสองข้างจับพวงมาลัยให้แน่นที่สุด: ประคองพวงมาลัยให้ตรงเพื่อรักษาทิศทางรถให้อยู่ในเลนเดิม ไม่ให้รถเป๋ออกข้างทาง

2. ถอนคันเร่งออกทันที: เพื่อปล่อยให้ความเร็วของรถค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติ

3. แตะเบรกแบบแผ่วเบาและเป็นจังหวะ: (ห้ามเหยียบค้าง) เมื่อความเร็วรถเริ่มลดลงต่ำกว่า 60 กม./ชม. ให้ค่อยๆ แตะเบรกเพื่อชะลอรถ

4. เปิดสัญญาณไฟเลี้ยวซ้าย หรือไฟฉุกเฉิน: เพื่อส่งสัญญาณเตือนรถคันหลังว่ารถเรากำลังมีปัญหา

5. มองกระจกข้างแล้วประคองรถเข้าไหล่ทาง: เมื่อรถชะลอความเร็วลงจนปลอดภัยแล้ว ให้พารถเข้าจอดในที่ปลอดภัยอย่างนุ่มนวล

อาการและการควบคุมรถ: ยางหน้าระเบิด VS ยางหลังระเบิด

ตำแหน่งยางที่ระเบิด อาการของรถยนต์ วิธีการควบคุมพวงมาลัย ระดับความอันตราย
ล้อหน้าระเบิด (ซ้ายหรือขวา) พวงมาลัยจะกระชากและดึงอย่างรุนแรงไปฝั่งที่ระเบิด รถจะพยายามเลี้ยวลงข้างทาง ต้องใช้แรงแขนทั้งหมดขืนพวงมาลัยให้อยู่ตรงกลาง ห้ามปล่อยมือเด็ดขาด สูงสุด (ควบคุมทิศทางยากมาก)
ล้อหลังระเบิด (ซ้ายหรือขวา) ท้ายรถจะมีอาการปัดหรือส่ายไปมาเหมือนงูเลื้อย (Oversteer) พวงมาลัยยังควบคุมได้ปกติ ประคองพวงมาลัยตรง คุมอาการท้ายปัด ห้ามหักพวงมาลัยสวนกลับแรงๆ ปานกลาง-สูง (รถอาจหมุนถ้าตกใจเบรก)

ดูข้อมูลอื่นที่น่าสนใจจาก AUTOTIRECHECKING ที่นี่เลย

ค้นหายางของด้วย Autotirechecking.com

author avatar
Juan Omar
Top