รถพรีเมียมยุโรปถอยทัพ สั่งชะลอแผน EV หันมาซบไฮบริดสมรรถนะสูง

สมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งยุโรป (ACEA) เผยแพร่รายงานสถานการณ์ตลาดประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงทิศทางที่น่าสนใจของค่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมในฝั่งยุโรป (เช่น Mercedes-Benz และบจ.ในเครืออภิมหายักษ์ใหญ่อย่าง Stellantis) ที่เริ่มส่งสัญญาณ “ชะลอตัว” ในแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าล้วน (BEV) 100% ที่เคยตั้งเป้าไว้ในปี 2030 หลังจากยอดขายรถ EV ในตลาดยุโรปช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเติบโตต่ำกว่าคาดการณ์ถึง 18%

การปรับกลยุทธ์ในครั้งนี้ ค่ายรถฝั่งยุโรปตัดสินใจหันมาเทงบประมาณพัฒนาอัพเกรดให้กับ “ระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฮบริดสมรรถนะสูง” แทน โดยหันไปเน้นการใช้เครื่องยนต์สันดาปขนาดกะทัดรัดทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังแรงสูงและแบตเตอรี่เจเนอเรชันใหม่ที่วิ่งไฟฟ้าล้วนได้ไกลกว่า 150 กิโลเมตร ข้อมูลระบุว่า มาตรการลดหย่อนภาษีที่ลดลงในหลายประเทศ ประกอบกับโครงสร้างสถานีชาร์จสาธารณะที่ยังไม่ครอบคลุมในพื้นที่แถบชนบท เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคชาวยุโรปยังคงเลือกซื้อรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาปพ่วงระบบไฟฟ้ามากกว่ารถไฟฟ้าล้วนในเวลานี้