
ล่าสุดมีการเปิดตัว NIO Firefly แบรนด์น้องใหม่กับโมเดล EV city car ในประเทศไทย ที่มีรูปร่างเด่นสะดุดตา แต่รู้หรือไม่ว่า NIO ไม่ได้มีดีแค่เรื่องงานออกแบบแต่ยังมีเทคโนโลยีการสลับแบตเตอรี่แทนการชาร์จให้กับรถยนต์ EV ที่ทาง NIO ได้พัฒนามา แว๊บแรกรถขนาดเล็กขับได้ 400 กิโลเมตร กับราคา 799,000 บาท เทียบกับแบรนด์จีนอื่นๆคงต้องคิดหนัก แต่ถ้าอนาคตพ่วงสถานีสลับแบตเตอรี่ (Power Swap Station) มาด้วยเพื่อนๆจะว่ายังไง งานนี้พวกเรา Autotirechecking เลยอยากเสนอข้อมูลของเรื่องนี้กัน

สถานีสลับแบตเตอรี่ (Power Swap Station) ของ NIO เป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบที่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ให้รถพร้อมเดินทางต่อได้ในเวลาเพียง 2.5 ถึง 3 นาที (สำหรับสถานี Generation 4 รุ่นล่าสุด) ซึ่งทำเวลาได้เร็วกว่าการเติมน้ำมันของรถยนต์สันดาปทั่วไป

กระบวนการสลับแบตเตอรี่ทั้งหมดถูกออกแบบมาให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องลงจากรถเลย โดยมีขั้นตอนการทำงานที่อาศัยหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติดังนี้:
- เมื่อขับรถไปจอดในจุดที่กำหนดหน้าสถานี ผู้ขับขี่เพียงกดปุ่มสั่งงานบนหน้าจอหรือสั่งด้วยเสียง ระบบเซนเซอร์และกล้องของรถจะรับไม้ต่อ แล้วถอยรถเข้าสู่แ
- ลูกกลิ้งและกลไกบนพื้นจะจัดตำแหน่งล้อรถให้ตรงล็อกเป๊ะ จากนั้นแท่นไฮดรอลิกจะยกตัวรถขึ้นเล็กน้อย แขนกลอัจฉริยะใต้ดินจะทำการไขนอตเพื่อปลดล็อกแบตเตอรี่ก้อนเดิม แ
- คลังใต้ดินจะเลื่อนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ที่ชาร์จไฟเตรียมไว้แล้วมาอยู่ตรงตำแหน่งใต้ท้องรถ แขนกลจะยกแบตเตอรี่ขึ้นประกบตัวถังและขันนอตล็อกทุก
- ระบบไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ของรถจะทำการซิงก์ข้อมูลกับแบตเตอรี่ก้อนใหม่เพื่อตรวจสอบสถานะการทำงาน เมื่อหน้าจอในรถแสดงสถานะว่าระบบสมบูรณ์ รถจะถูกลดระดับลงสู่พื้น
จากข้อมูลล่าสุดสถานีรุ่นล่าสุด (Gen 4) 1 แห่ง สามารถกักเก็บแบตเตอรี่สำรองไว้ได้สูงสุดถึง 23 ก้อน และด้วยความเร็วระดับนี้ ทำให้สถานีหนึ่งแห่งสามารถรองรับการสลับแบตเตอรี่ให้รถได้มากถึง 480 คันต่อวัน

Screenshot
ข้อดีที่ตามมาคือ
- ประหยัดเวลาขั้นสุด: สลับแบตเตอรี่ไวเท่าเติมน้ำมัน
- หมดปัญหาเรื่องแบตเตอรี่เสื่อมสภาพ (Battery Health)
- เลือกสลับขนาดแบตตามการใช้งาน (Battery as a Service) ไม่ต้องแบกน้ำหนักเกินความจำเป็น