ข้ามไปอ่านบทความ
AutoTireChecking
ATCAUTOTIRECHECKING

เริ่มต้นค้นหายาง

คุณอยากค้นหาแบบไหน?

LINE สอบถาม ATC
รถยนต์ไฟฟ้า

Fang Cheng Bao Formula S GT ชาร์จ 9 นาที วิ่งไกล 850 กม.

เจาะสเปก Fang Cheng Bao Formula S GT รถไฟฟ้าสเตชันแวกอน มอเตอร์ 666 แรงม้า ชาร์จแบตเตอรี่ 10-97% ใน 9 นาที พร้อมเซนเซอร์ LiDAR เต็มระบบ

Advertisement banner with two sports cars (yellow and green) on a reflective surface under a green night sky; Chinese text announces nationwide pre-orders and a price range of 23–28萬元.

Fang Cheng Bao Formula S GT รถยนต์ไฟฟ้าทรงสปอร์ตสเตชันแวกอน (Station Wagon) สมรรถนะสูง เตรียมเปิดตัวและเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่จีนภายในเดือนกันยายน 2026 นี้ โมเดลนี้ถูกจับตามองอย่างมากในแง่ของสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าและเทคโนโลยีการชาร์จระดับไฮเปอร์

Green high-performance car driving on a coastal highway at sunset, with the ocean and mountains in the background.

Fang Cheng Bao Formula S GT (แบรนด์ระดับพรีเมียมในเครือ BYD) ถือเป็นโมเดลที่เรียกเสียงฮือฮาในวงการยานยนต์ไฟฟ้าช่วงปลายปี 2026 อย่างมากครับ ความโดดเด่นของรถรุ่นนี้ไม่ใช่แค่การเป็นรถ EV สเปกสูงทั่วไป แต่คือการ “ทลายข้อจำกัดเดิมๆ ของรถยนต์ไฟฟ้า” และผสานเข้ากับตัวถังแบบ Station Wagon ได้อย่างลงตัว

Silver station wagon with a roof cargo box parked on a forest trail, sunlight filtering through trees.

สมรรถนะมอเตอร์: รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้กำลังสูงสุดถึง 490 kW หรือประมาณ 666 แรงม้า ส่วนรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังมาพร้อมมอเตอร์กำลังสูงสุด 300 kW (ประมาณ 408 แรงม้า)

แบตเตอรี่และการชาร์จ: ไฮไลต์สำคัญคือการรองรับเทคโนโลยีชาร์จความเร็วสูง โดยสามารถอัดประจุจาก 10-97% ได้ในเวลาเพียง 9 นาที และทำระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 800-850 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน CLTC

ดีไซน์และเทคโนโลยี: มาพร้อมไฟหน้า LED ฝากระโปรงหน้าทรงลาด ไฟท้ายดีไซน์เพชร สปอยเลอร์แบบ Ducktail และติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR บนหลังคาเพื่อรองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง

Green sports car in profile view with black roof and large alloy wheels, red brake calipers visible

ความโดดเด่น Fang Cheng Bao Formula S GT

1. สถาปัตยกรรมชาร์จระดับ “ไฮเปอร์” (Hyper-Fast Charging Architecture)

จุดที่โดดเด่นและเป็นพาดหัวข่าวได้ดีที่สุดคือความสามารถในการ ชาร์จจาก 10% ถึง 97% ภายในเวลาเพียง 9 นาที

การจะรับกระแสไฟได้มหาศาลและรวดเร็วขนาดนี้ ตัวรถต้องใช้สถาปัตยกรรมแรงดันไฟฟ้าสูงพิเศษ (คาดว่าเป็นระดับ 800V ขั้นสูง หรืออาจแตะ 900V) ทำงานร่วมกับระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ (Thermal Management System) ที่ยอดเยี่ยม เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์แบตเตอรี่ร้อนจัดจนเสื่อมสภาพขณะอัดประจุ นี่คือการแก้ปัญหา “Range Anxiety” (ความกังวลเรื่องจุดชาร์จและเวลาชาร์จ) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทัดเทียมกับการเติมน้ำมันรถสันดาป

Luxurious SUV interior with rear-seat tablets mounted on the headrests and a center console screen behind the front seats of white leather seating] I think I made a mistake: need clean strings.

2. สมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ในร่าง “รถครอบครัว” (Supercar-Level Performance in a Wagon)

ในขณะที่ตลาด EV ส่วนใหญ่มุ่งไปที่ SUV ตัวถังสูง แต่ Formula S GT เลือกเจาะกลุ่ม Niche Market ด้วยตัวถังสปอร์ตสเตชันแวกอน (Station Wagon / Shooting Brake)

 การยัดมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังรวมถึง 490 kW (ประมาณ 666 แรงม้า) ลงในรถสไตล์แวกอน ทำให้มันมีอัตราเร่งที่ดุดัน ตอบโจทย์ “พ่อบ้านสายซิ่ง” ที่ต้องการทั้งพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวางด้านหลัง แต่ยังคงความสนุกและแรงยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมจากจุดศูนย์ถ่วง (CG) ที่ต่ำกว่ารถ SUV

View into the driver's cockpit of a green car, featuring white leather seats, a round steering wheel, and a large central touchscreen on the dashboard.

3. ประสิทธิภาพการใช้พลังงานขั้นสุดยอด (Extreme Aerodynamics & Efficiency)

การทำระยะทางวิ่งได้ไกลถึง 850 กิโลเมตร (CLTC) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ไม่ได้มาจากการยัดแบตเตอรี่ก้อนใหญ่และหนักเพียงอย่างเดียว

ฝากระโปรงหน้าที่ลาดต่ำ สปอยเลอร์แบบ Ducktail และเส้นสายตัวถังที่รีดอากาศได้ดี ช่วยลดค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Aerodynamic Drag) เมื่อรถวิ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง มอเตอร์จึงใช้พลังงานน้อยลง ส่งผลให้แบตเตอรี่ 1 ก้อนสามารถรีดระยะทางออกมาได้คุ้มค่าทุกกิโลวัตต์-ชั่วโมง

Luxurious car cockpit with a large central touchscreen, steering wheel, and waterfront scenery visible through the windshield.

4. เซนเซอร์อัจฉริยะเพื่อการขับขี่แห่งอนาคต (Advanced ADAS & LiDAR Integration)

การติดตั้ง เซนเซอร์ LiDAR บนหลังคา ไม่ใช่แค่เพื่อความเท่ แต่เป็นหัวใจสำคัญของระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous Driving) ขั้นสูง

 LiDAR จะทำงานร่วมกับกล้องความละเอียดสูงรอบคัน เพื่อสร้างแผนที่ 3 มิติแบบเรียลไทม์ ทำให้ระบบสามารถตัดสินใจหลบหลีกสิ่งกีดขวาง เปลี่ยนเลน หรือขับขี่บนทางหลวงได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย แม้ในสภาพอากาศที่ทัศนวิสัยย่ำแย่

ดูข้อมูลอื่นที่น่าสนใจจาก AUTOTIRECHECKING ที่นี่เลย

ค้นหายางของด้วย Autotirechecking.com

author avatar
Juan Omar
จากข้อมูลสู่การเลือกยาง

เช็กราคายางก่อนเข้าร้าน

ค้นหาจากขนาดจริงบนยาง แล้วเปรียบเทียบรุ่น ราคา และโปรโมชั่น

ไปค้นหายาง →
อ่านต่อในเรื่องที่คุณสนใจ