AutoTireChecking สเปคและราคายางอัพเดตล่าสุด TOP CHART ยางรถยนต์ - ยางรถยนต์ขอบ 13" - ยางรถยนต์ขอบ 14 " - ยางรถยนต์ขอบ 15 " - ยางรถยนต์ขอบ 16 " - ยางรถยนต์ขอบ 17 " - ยางรถยนต์ขอบ 18 " - ยางรถยนต์ขอบ 19 " - ยางรถยนต์ขอบ 20 " - ยางรถยนต์ขอบ 21 " - ยางรถยนต์ขอบ 22 " ตารางผ่อนรถ บทความยางรถยนต์ โปรโมชั่น ติดต่อโฆษณา

PIRELLI ยาง F1 กับคุณสมบัติและความแตกต่างในการใช้งาน

ทุกๆท่านคงรู้กันดีอยู่แล้วใช่ไหมครับว่าการแข่งขันรถยนต์สูตร 1 หรือ Formula 1 (F1) นั้นจะต้องมีองค์ประกอบของรถยนต์ที่เข้ากันอย่างดีเพื่อเอาชนะในสนามนั้นๆ ยางที่ใส่ก็เช่นกันครับ วันนี้เราจึงดึงเอาฟังก์ชั่นการใส่ยางของ Pirelli มาให้ดูกัน

ยางที่เหมาะสมกับสมรรถนะ และการใช้งานของ Formula 1(F1) ด้วยการใส่ยาง 2 ขนาดที่ต่างกันของด้านหน้า และด้านหลัง โดยล้อคู่หน้าจะใส่กับยางขนาด 305/670-13 และด้านหลังใส่กับยางขนาด 405/670-13 เรามาดูกันดีกว่าว่า Pirelli จะสร้างสรรค์ยางเพื่อสนามแข่งสุดโหดนี้อย่างไร

Ultrasoft Purple

Ultrasoft Purple เป็นยางที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานในสนามที่มีทางโค้งจำนวนมาก ด้วยสารประกอบในเนื้อยางที่มีคุณสมบัติในการใช้งานในสภาวะการวอมที่น้อย Ultrasoft Purple จึงมีการออกแบบให้เนื้อยางเป็นแบบอ่อนนุ่มมากๆ , การวอมหน้ายางฉับไว ,และ มีสมรรถนะที่เป็นเยี่ยม แต่ข้อเสียของยางที่เป็นลักษณะของยาง ultrasoft หรือจะบอกว่าเป็นเนื้อยางที่นุ่มมากจนทำให้อายุการใช้งานไม่นานเท่า

Supersoft Red

Supersoft Red เป็นการออกแบบตามการขับขี่แบบการใช้งานแบบช้าๆ และเหมาะกับสนามที่มีทางโค้งเยอะๆ จุดเด่นของ Supersoft Red จะเป็นการเกาะถนนที่สุดยอดในสภาพอากาศเย็นๆ ด้วยเนื้อยางแบบ supersoft ที่จะทำให้แถบไม่ต้องวอร์มยาง Supersoft Red ก็สามารถเกาะถนนได้อย่างเป็นเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นยางที่มีอุณหภูมิทำงานที่ต่ำมากๆ

Soft Yellow

Soft Yellow เป็นเนื้อยางที่อยู่ในช่วงอุณหภูมิการใช้เยอะที่สุด เป็นยางที่ถูกออกแบบให้สร้างความสมดุลระหว่างสมรรถนะ และความทนทานในการใช้งาน เป็นยางที่ต้องการการวอร์มในระยะทางที่เยอะพอสมควร เรียกได้ว่าเป็นยางตีนปลายเหมาะมากกับการใช้เป็นที่เด็ด ‘sprint’ ในช่วงสุดท้าย

Medium White

Medium White เป็นเนื้อยางที่เรียกได้ว่าสมดุลที่สุดแล้วในการใช้งานด้านสมรรถนะ และความทนทาน

Hard Orange

การออกแบบที่ทำมาเพื่อสนามแข่งโดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบให้สามารถรับแรงที่ส่งตรงลงมาจากเครื่อยนต์ผ่านยางได้เต็มประสิทธิภาพ , เป็นยางที่เข้าโค้งได้อย่างว่องไว และเป็นยางที่เหมาะสำหรับอุณหภูมิการใช้งานที่สูง และต้องการการวอร์มยางที่นานมาก

Intermediate Green

เป็นยางที่สามารถใช้ได้หลากหลาย ได้ทั้งบนถนนแห้ง และเปียก สามารถรีดน้ำได้ประมาณ 25 ลิตรต่อวินาที ในการหมุนความเร็วสูงสุด Intermediate Green จึงเป็นยางที่มีคุณสมบัติในการใช้งานที่ครอบคลุม

Wet Blue

เป็นยางสำหรับพื้นเปียกโดยเฉพาะ สามารถรีบน้ำออกได้ถึง 65 ลิตรต่อวินาที ที่ความเร็วสูงสุด พร้อมการใช้งานที่ยาวนาน

เห็นไหมละครับว่ายางก็เป็นส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งในสนามแข่ง F1 การเลือกใช้ก็จะต้องประเมินสนาม การวางแผนการเอาชนะ ก็ต้องเลือกยางที่เหมาะสมถึงจะมุ่งสู่เส้นชัย

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

บทความใกล้เคียง
ยางรุ่นไหนฮิตสุดๆ
ยางรถยนต์ขอบ 19"
Top