
เมื่อพูดถึงสุดยอดรถสปอร์ต JDM แห่งยุค 90s ชื่อของ Nissan Skyline GT-R R34 ย่อมยืนหนึ่งในใจของใครหลายคน ไม่ใช่แค่เพราะสมรรถนะระดับ “ก็อดซิลล่า” แต่ยังเป็นเพราะภาพจำการเป็นรถฮีโร่คันโปรดในโลกภาพยนตร์แฟรนไชส์นักซิ่งและป๊อปคัลเจอร์ที่ตราตรึงใจคนทั่วโลก แต่ภายใต้ความโด่งดังและชุดแต่งสุดเท่ รถคันนี้มีความลับทางวิศวกรรมและเรื่องราวหลังม่าน ถ้าใครเป็นสายรถซิ่ง JDM หรือแฟนหนัง Fast & Furious ต้องรู้จัก Nissan Skyline GT-R R34 รถในดวงใจของพอล วอล์กเกอร์

ระบบนี้คือสุดยอด “ระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ” ที่ฉลาดกว่ารถ AWD ทั่วไปมาก!
- ฟังก์ชันที่ 1 (หน้า-หลัง): ในทางตรงปกติ รถจะส่งกำลังไปที่ “ล้อหลัง 100%” เพื่อให้ได้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่สนุก ดุดัน สไตล์รถสปอร์ต แต่ทันทีที่เซนเซอร์จับได้ว่าล้อหลังกำลังจะลื่นไถล (สลิป) คอมพิวเตอร์จะส่งแรงบิดไปที่ “ล้อหน้า” สูงสุดถึง 50% ในเวลาแค่เสี้ยววินาที เพื่อดึงรถให้กลับมาพุ่งตรงได้อย่างนิ่งกริบ!

- ฟังก์ชันที่ 2 ความเป็น “Pro” (ซ้าย-ขวา): สิ่งที่ทำให้รุ่น Pro (มีใน R34 และ R33 V-Spec) โกงกว่ารถทั่วไป คือการเพิ่มระบบ Active LSD เข้ามาที่ล้อหลังครับ! หมายความว่านอกจากแบ่งกำลังหน้า-หลังได้แล้ว มันยัง “แบ่งกำลังซ้าย-ขวาที่ล้อหลัง” ได้อิสระด้วย! สมมติว่าคุณกำลังสาดโค้งขวาอย่างแรง ระบบจะสั่งให้ “ล้อหลังซ้าย (ล้อนอกโค้ง)” หมุนเร็วกว่าและมีแรงถีบมากกว่า เพื่อ “ดัน” ท้ายรถให้เลี้ยวจิกเข้าโค้งได้อย่างคมกริบราวกับรถไฟวิ่งบนราง! ฝืนกฎฟิสิกส์จนซูเปอร์คาร์ยุโรปยุคนั้นต้องยอมสยบ

หน้าจอ MFD อัจฉริยะ สร้างโดยทีมผู้สร้างเกม Gran Turismo
รู้หรือไม่ว่า หน้าจอ Multi-Function Display (MFD) ตรงกลางคอนโซลที่คอยบอกค่าต่างๆ ของเครื่องยนต์ (เช่น บูสต์เทอร์โบ, อุณหภูมิน้ำมัน, แรง G) ซึ่งดูล้ำยุคมากๆ ในปี 1999 นั้น ไม่ได้ถูกออกแบบโดยวิศวกรของ Nissan ทั้งหมด แต่พวกเขาไปจับมือกับ Polyphony Digital สตูดิโอผู้สร้างเกมแข่งรถระดับตำนานอย่าง Gran Turismo บนเครื่อง PlayStation!
ทีมงานผลิตเกมได้นำความเชี่ยวชาญด้านกราฟิก UI (User Interface) มาออกแบบกราฟิกหน้าจอให้รถของจริง ทำให้ R34 เป็นรถยนต์โปรดักชันคาร์คันแรกๆ ของโลกที่เชื่อมโยงโลกของวิดีโอเกมเข้ากับวิศวกรรมยานยนต์ของจริง และกลายเป็นต้นแบบให้ค่ายรถซูเปอร์คาร์ในยุคปัจจุบันทำตาม

ความลับของรหัสสี Midnight Purple และกระบวนการซ่อมสุดหฤโหด
หนึ่งในสีตัวถังที่หายากและเป็นที่ต้องการมากที่สุดคือสีม่วง Midnight Purple II และ III ความลับของสีนี้คือมันไม่ใช่สีม่วงธรรมดา แต่มันคือสีประเภท Color-shifting (สีเหลือบ) ที่ผสมเม็ดสี ChromaFlair ลงไป ทำให้ตัวรถเปลี่ยนสีได้ตั้งแต่ม่วง น้ำเงิน ไปจนถึงส้มทอง ขึ้นอยู่กับมุมตกกระทบของแสง
สิ่งที่ Nissan ไม่ค่อยบอกลูกค้าในตอนนั้นคือ การทำสีนี้ยากและซับซ้อนมาก หากรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน การจะผสมสีให้เหลือบเนียนไปกับชิ้นส่วนเดิมนั้นแทบเป็นไปไม่ได้ อู่ซ่อมสีทั่วไปไม่สามารถทำได้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญระดับสูงและรหัสสีกระป๋องพิเศษที่เบิกจากโรงงาน Nissan ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ทำให้ R34 สีนี้มีมูลค่าพุ่งทะยานในตลาดนักสะสม

แอโรไดนามิกใต้ท้องรถ (V-Spec) ล้ำหน้าเกินยุคจนเหมือนใช้เวทมนตร์
หลายคนมองแค่ชุดแต่งสปอยเลอร์หลังของ R34 แต่ความลับที่ทำให้รุ่น V-Spec เข้าโค้งได้นิ่งราวกับถูกตอกตะปูติดถนน อยู่ที่ “แผ่นคาร์บอนไฟเบอร์รีดอากาศใต้ท้องรถ (Rear Carbon Diffuser)”
ในยุคนั้น ค่ายรถญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจหลักการ Ground Effect มากนัก แต่ Nissan ติดตั้งแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบองศาลาดเอียงพิเศษไว้ใต้ท้องรถด้านหลัง เมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วสูง อากาศที่ไหลผ่านใต้ท้องรถจะถูกรีดออกอย่างรวดเร็ว สร้างสภาวะแรงดันต่ำ (Low Pressure) ดูดตัวรถให้แนบชิดติดพื้นถนนได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ซึ่งเทคโนโลยีนี้ล้ำหน้ามากจนคู่แข่งฝั่งยุโรปต้องซื้อรถไปถอดชิ้นส่วนศึกษา