ข้ามไปอ่านบทความ
AutoTireChecking
ATCAUTOTIRECHECKING

เริ่มต้นค้นหายาง

คุณอยากค้นหาแบบไหน?

LINE สอบถาม ATC
รถยนต์ไฟฟ้า

Mercedes-AMG GT SUV ความลับ 1,153 แรงม้า

เผยโฉม Mercedes-AMG GT SUV รถยนต์ไฟฟ้าตัวท็อป 1,153 แรงม้า แบตเตอรี่ 128 kWh ชาร์จ 800V เจาะลึกสเปกมอเตอร์ 3 ตัว และเทคโนโลยีช่วงล่างสุดล้ำจาก AMG

Yellow Mercedes SUV driving on a highway with motion blur in the background
Mercedes-AMG ได้เผยโฉมรถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้ารุ่นเรือธงตัวใหม่ “Mercedes-AMG GT SUV” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นรถยนต์ SUV ขนาดฟูลไซส์รุ่นแรกที่โปรเจค AMG พัฒนาขึ้นเองทั้งหมดตั้งแต่ต้น บนสถาปัตยกรรมระดับไฮเอนด์ AMG.EA แบบ 800 โวลต์ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยพละกำลังระดับไฮเปอร์คาร์ที่ 1,153 แรงม้า

ความน่าสนใจและสเปกไฮไลต์

AMG GT SUV ไม่ได้เป็นเพียงรถที่นำโครงสร้างเดิมมาดัดแปลง แต่ถูกสร้างมาเพื่อเป็น “รถสปอร์ตในร่าง SUV” อย่างแท้จริง โดยมีจุดเด่นที่น่าสนใจ

ขุมพลังทะลุขีดจำกัด: ในรุ่นท็อปสุด (GT63) ให้พละกำลังสูงสุด (Peak Power) ถึง 1,153 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,475 lb-ft สามารถทำอัตราเร่ง 0-60 ไมล์/ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.4 – 2.6 วินาที

ติดตั้งแบตเตอรี่และการชาร์จที่เหนือชั้นอัปเกรดแบตเตอรี่ให้ใหญ่ขึ้นเป็น 128 kWh (ใหญ่กว่ารุ่นซีดาน 4 ประตู) มาพร้อมระบบชาร์จเร็วระดับทำลายสถิติที่ 710 kW (Peak) สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ในเวลาเพียง 12 นาที

ถึงแม้จะมีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แต่ช่วงล่างอัจฉริยะก็เอาอยู่ ด้วยการใช้ระบบช่วงล่างถุงลมแบบ Active Suspension ที่ไม่ได้ควบคุมแค่การโคลงตัว (Roll) ซ้าย-ขวา แต่ยังควบคุมการยุบตัวหรือหน้าทิ่ม/หงาย (Pitch) ขณะเบรกและเร่งความเร็วอย่างรุนแรง เพื่อรักษาสมดุลของตัวรถที่หนักและมีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่ารถสปอร์ต

สมรรถนะสปอร์ตรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวเป็นรถตระกูล GT แต่ด้วยรูปทรง SUV ทำให้มีพื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่วางขาด้านหลังที่กว้างขวาง นั่งสบายและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

Dark metallic luxury SUV speeding past a modern building at night, with motion blur emphasizing motion and red rear lights visible on the back of the car.

เจาะลึกหลักการทำงานของ “มอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว”

หัวใจสำคัญที่ทำให้รุ่น GT55 และ GT63 มีพละกำลังมหาศาล คือการใช้ระบบส่งกำลังแบบ Tri-Motor (มอเตอร์ 3 ตัว) โดยจัดวางไว้ที่ เพลาหน้า 1 ตัว และเพลาหลัง 2 ตัว ซึ่งมอเตอร์ที่ AMG เลือกใช้คือมอเตอร์เทคโนโลยีล้ำยุคแบบ Axial-Flux (ฟลักซ์ตามแนวแกน) ที่พัฒนาร่วมกับบริษัท YASA

มอเตอร์แบบ Axial-Flux มีลักษณะแบนและบางเหมือนจาน แตกต่างจากมอเตอร์กระบอกยาว (Radial-Flux) ใน EV ทั่วไป จุดเด่นคือมีน้ำหนักเบากว่ามาก แต่ให้ความหนาแน่นของกำลังและแรงบิด (Torque Density) ที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด

Close-up of three metallic drive-mode knobs with orange accents in a carbon-fiber car interior, one labeled Traction, indicating performance settings.

การทำงานประสานกันของมอเตอร์ทั้ง 3 ตัว

1. Torque Vectoring ที่ล้อหลังแบบอิสระ 100%:

มอเตอร์คู่หลัง 2 ตัว จะแยกกันขับเคลื่อนล้อหลังซ้ายและขวาอย่างอิสระโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบเฟืองท้ายแบบเดิม เมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ระบบคอมพิวเตอร์จะสั่งจ่ายแรงบิดไปที่ล้อด้านนอกโค้งให้หมุนเร็วกว่า และอาจสั่งหน่วงล้อด้านในโค้ง การทำเช่นนี้จะสร้าง “Yaw Moment” หรือแรงเหวี่ยงหมุนรอบตัวรถ ช่วยดึงหน้ารถเข้าหาโค้งอย่างคมกริบ ทำให้ SUV คันใหญ่คล่องตัวราวกับรถสปอร์ตน้ำหนักเบา

2. การกระจายกำลังแบบแปรผัน (Dynamic Power Distribution):

 โหมดขับขี่ทั่วไป (Comfort/Efficiency): รถจะใช้มอเตอร์หลังเป็นหลัก (Rear-biased) เพื่อจำลองความรู้สึกของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง และเพื่อประหยัดพลังงาน  

 โหมดทะยานตัว (Race Start/Launch Control): มอเตอร์หน้าแบบ Direct Drive จะทำงานเต็มพิกัดร่วมกับมอเตอร์หลังทั้งสองตัว เพื่อถ่ายเทกำลัง 1,153 แรงม้าลงสู่พื้นทั้ง 4 ล้อ ป้องกันอาการล้อฟรีทิ้ง และดึงรถพุ่งไปข้างหน้าด้วยแรงกระชากระดับสูงสุด

3. การรักษาพละกำลังอย่างต่อเนื่อง (Sustained Output):

ปัญหาของรถ EV สมรรถนะสูงทั่วไปคือเมื่อขับด้วยความเร็วสูงต่อเนื่อง มอเตอร์จะร้อนและถูกตัดกำลังลง (Derating) แต่ด้วยระบบระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพของมอเตอร์ Axial-Flux ทั้ง 3 ตัว ทำให้ GT63 สามารถรักษาพละกำลังแบบต่อเนื่อง (Sustained power) ได้สูงถึง 711 แรงม้า โดยไม่เหี่ยวปลาย

Dark gray Mercedes

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และความแตกต่างของมอเตอร์ในแต่ละรุ่นย่อย

สำหรับระบบส่งกำลังนั้น ทาง AMG ได้ออกแบบโครงสร้างให้มีความเหมาะสมกับความแรงของแต่ละรุ่นย่อย โดยมีการทำงานที่แตกต่างกัน

รุ่น GT55 และ GT63 (ขุมพลังมอเตอร์ 3 ตัว):

ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งหมด 3 ตัว (ที่เพลาหน้า 1 ตัว และเพลาหลัง 2 ตัว) ความชาญฉลาดของระบบนี้คือ มอเตอร์หน้าสามารถตัดการทำงานได้ เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วคงที่หรือไม่ได้ต้องการอัตราเร่ง เพื่อช่วยประหยัดพลังงาน และจะตื่นขึ้นมาทำงานผสานกับมอเตอร์หลังแบบเต็มกำลังทันทีเมื่อผู้ขับขี่ต้องการพละกำลังสูงสุด หรือเมื่อระบบตรวจจับได้ว่ารถต้องการแรงยึดเกาะเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังมีความพิเศษที่มอเตอร์คู่หลังสามารถส่งกำลังและแยกควบคุมแรงบิดไปยังล้อหลังซ้าย-ขวาได้อย่างอิสระ (Torque Vectoring) ช่วยให้เข้าโค้งได้คมกริบและมีเสถียรภาพสูงสุด

รุ่นเริ่มต้น GT53 (ขุมพลังมอเตอร์ 2 ตัว พร้อมเกียร์ 2 สปีด)

ใช้ระบบที่เรียบง่ายกว่าด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (ที่เพลาหน้าและหลังอย่างละ 1 ตัว) แต่จุดเด่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาคือการติดตั้ง ชุดเกียร์แบบ 2 สปีดที่เพลาหลัง โดยเกียร์ที่ 1 จะมีอัตราทดสั้นเพื่อดึงแรงบิดสูงสุดมาใช้ในการออกตัวให้ฉับไว ส่วนเกียร์ที่ 2 จะมีอัตราทดที่ยาวกว่า ซึ่งจะทำงานเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง (Highway driving) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ดียิ่งขึ้น

ระบบขับเคลื่อน AMG Performance 4MATIC+

ไม่ว่าจะเป็นรุ่นมอเตอร์ 2 ตัวหรือ 3 ตัว รถทั้ง 3 รุ่นย่อยจะได้รับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อประสิทธิภาพสูง AMG Performance 4MATIC+ เป็นมาตรฐาน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าตัวรถจะมีการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาวะการขับขี่

รุ่นย่อย แรงม้าต่อเนื่อง แรงม้าสูงสุด อัตราเร่ง 0-60 MPH ความเร็วสูงสุด
AMG GT53 SUV 362 HP 536 HP / 590 LB-FT 4.1 วินาที 230 km/h
AMG GT55 SUV 711 HP 805 HP / 1,372 LB-FT 3.0 วินาที 270 km/h
AMG GT63 SUV 711 HP 1,153 HP / 1,475 LB-FT 2.6 วินาที 270 km/h

Luxurious beige Mercedes interior with steering wheel, digital dashboard, and center console with cupholders.

เทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟฟ้า 800 โวลต์

Mercedes-AMG GT SUV ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบสนองทั้งการดึงพลังงานมหาศาลไปใช้ขับเคลื่อนและการชาร์จกลับที่รวดเร็ว โดยมีชุดแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ขนาด แตกต่างกันไปตามความแรงของรุ่นย่อย

 ขนาดความจุแบตเตอรี่:

 รุ่น GT53 SUV: มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 106.0 kWh

 รุ่น GT55 และ GT63 SUV: อัปเกรดแบตเตอรี่เป็นขนาดใหญ่พิเศษ 128.0 kWh

ความเร็วในการชาร์จระดับอัลตร้าฟาสต์: รุ่น GT55 และ GT63 สามารถรองรับกำลังไฟในการชาร์จได้สูงสุดถึง 710 กิโลวัตต์ ในขณะที่รุ่นเริ่มต้นอย่าง GT53 จะรองรับกำลังไฟสูงสุดที่ 600 กิโลวัตต์ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานรถ EV ในตลาดปัจจุบัน 

ชาร์จเพียง 10 นาที: ทางเมอร์เซเดสระบุว่า การเสียบชาร์จเพียง 10 นาทีในรุ่น GT53 จะช่วยเพิ่มระยะทางขับขี่ได้สูงสุด 236 ไมล์ (ตามมาตรฐาน WLTP) ส่วนรุ่น GT55 และ GT63 ที่รองรับกำลังไฟสูงกว่า จะสามารถเพิ่มระยะทางได้ไกลถึง 280 ไมล์ในระยะเวลา 10 นาทีเท่ากัน

ระยะทางขับขี่รวม (Range): สำหรับรุ่นเรือธงอย่าง GT63 มีการประเมินระยะทางวิ่งสูงสุดไว้ที่ประมาณ 385 ถึง 435 ไมล์ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) ซึ่งจะแปรผันตามการปรับแต่งออปชันและขนาดล้อของตัวรถ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการทดสอบตามมาตรฐาน EPA ของสหรัฐอเมริกายังไม่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ซึ่งโดยปกติแล้วผลลัพธ์จากฝั่งสหรัฐฯ จะมีความเข้มงวดและอาจได้ตัวเลขที่แตกต่างไปจากทางยุโรป

ดูข้อมูลอื่นที่น่าสนใจจาก AUTOTIRECHECKING ที่นี่เลย

ค้นหายางของด้วย Autotirechecking.com

author avatar
Juan Omar
จากข้อมูลสู่การเลือกยาง

เช็กราคายางก่อนเข้าร้าน

ค้นหาจากขนาดจริงบนยาง แล้วเปรียบเทียบรุ่น ราคา และโปรโมชั่น

ไปค้นหายาง →
อ่านต่อในเรื่องที่คุณสนใจ