10 อันดับ รถยนต์ไฟฟ้ายอดนิยมจากแดนยุโรป ครึ่งแรกปี 2026

รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกสำหรับวิกฤตพลังงาน ที่หลายคนต่างหันมาซื้อใช้งานจนแซงยอดขายของแบรนด์หลักแม้ในตลาดรถยนต์ในประทศไทย วันนี้เรามาดูไตรมาสแรกของยุโรปปี 2026 ที่ผ่านพ้นไปเพิ่งจะสร้างสถิติเป็นจุดเปลี่ยนใหม่เริ่มต้นปีแห่งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของทางยุโรปเลยก็ว่าได้
เรามาดูรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นเด่น ๆ ประจำปี 2026 ที่ตบเท้าลงสู่ท้องถนนในยุโรปกัน โดยวิเคราะห์ผ่านข้อมูลยอดขาย EV ของแต่ละรุ่นที่ขายดีที่สุด ในยุโรปไตรมาตรแรกยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ทั่วยุโรปสูงถึง 723,704 คัน ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ทุบสถิติใหม่ โดยเติบโตขึ้น 26.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาดูกันเลยว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นไหนจะเป็นสุดยอด EV ประจำปี 2026 หากวัดกันที่ปริมาณยอดขาย
| อันดับ | รุ่นรถ | ราคาเริ่มต้น (โดยประมาณ) | รูปแบบตัวถัง | จุดเด่นและความโดดเด่นสำคัญ |
| 1 | Tesla Model Y | €39,990 | ครอสโอเวอร์ (Crossover) | แชมป์ยอดขายอันดับ 1 ตลอดกาล โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอย ระบบซอฟต์แวร์ เครือข่าย Supercharger และมีรถในสต็อกพร้อมส่งมอบทันที |
| 2 | Škoda Elroq | €33,900 | ครอสโอเวอร์ (Crossover) | รองแชมป์หน้าใหม่ไฟแรง ออกแบบมาเป็นรถ EV แท้ ๆ ตั้งแต่เกิด แต่คงความคุ้นเคยและปุ่มกดจริงแบบรถน้ำมันเอาไว้ ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องปรับตัวเยอะ |
| 3 | Tesla Model 3 | €36,990 | ซีดาน (Sedan) | เก๋งไฟฟ้าสายดิ่งไกล อัตราสิ้นเปลืองต่ำ วิ่งไกลสูงสุดถึง 750 กม. (WLTP) ในรุ่น Long Range RWD กลยุทธ์รุ่น Standard ทำราคาลงมาเขย่าตลาดแฮตช์แบ็ก |
| 4 | Renault 5 และ Alpine A290 | €25,000 | แฮตช์แบ็ก (Hatchback) | ดีไซน์ “Futuretro” สุดล้ำ ขับสนุกสไตล์รถเล็กยุโรป อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใช้งานได้จริงแล้วอย่างระบบ V2G ป้อนไฟกลับคืนสู่ระบบสายส่ง |
| 5 | Škoda Enyaq | €40,000 | SUV / SUV Coupe | รุ่นพี่ใหญ่ใจนิ่ง เป็นรถครอบครัวขนาดใหญ่ที่ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง แม้จะมีรุ่นน้องอย่าง Elroq มาแย่งความสนใจไปบ้างก็ตาม |
| 6 | Volkswagen ID.4 | €37,000 | SUV | มาตรฐานใหม่ของรถบ้านและรถองค์กร ชนะใจตลาดด้วยความคุ้นเคย ขับขี่ง่าย เป็นขวัญใจของกลุ่มลูกค้ารถเช่าเหมาลำ (Fleet) และครอบครัวยุคใหม่ |
| 7 | Volkswagen ID.3 | €35,000 | แฮตช์แบ็ก (Hatchback) | แฮตช์แบ็ก C-Segment พันธุ์แท้ รักษาฐานลูกค้าที่ต้องการรถเก๋งท้ายสั้นขนาดกำลังดีและใช้งานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ท่ามกลางกระแสการบุกของรถ EV ไซส์เล็ก |
| 8 | Volkswagen ID.7 | €55,000 | ซีดาน / สเตชันแวกอน | ผู้ท้าชน Model 3 ระดับผู้บริหาร โดดเด่นอย่างยิ่งในตัวถังแบบ Tourer (แวกอน) วิ่งได้ไกลเกิน 700 กม. (WLTP) เหมาะสำหรับเป็นรถเดินทางไกลของแบรนด์ทั่วไป |
| 9 | Leapmotor T03 | €18,900 | ซิตี้คาร์ 4 ประตู (City EV) | รถ EV ที่ราคาถูกที่สุดบนกระดาน รถจีนที่ผลิตในโรงงานยุโรปโดยกลุ่ม Stellantis แจ้งเกิดถล่มทลายในอิตาลีด้วยความคุ้มค่าสำหรับการใช้งานในเมือง |
| 10 | Mercedes-Benz CLA EV | €55,000 | ซีดาน / สเตชันแวกอน | สุดยอดความประหยัดและชาร์จไวระดับพรีเมียม ประหยัดพลังงานเทียบเท่า Tesla (12.2 kWh/100 กม.) และรองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุดถึง 320 kW ด้วยระบบ 800V |

อันดับที่ 1 Tesla Model Y ยอดจำหน่ายสูงสุด 51,673 คัน
ยังคงเป็น Tesla Model Y รักษาความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2026 ในช่วงไตรมาสแรกตามคาด และ ครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในยุโรปแบบทั้งห่างเลยทีเดียว ด้วยยอดขายสูงถึง 51,673 คัน เมื่อเจาะลึกแค่ยอดขายเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวก็กวาดไปได้ถึง 33,857 คัน ถือเป็นเดือนที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบ 3 ปี และเติบโตขึ้นถึง +116% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เรามาดูข้อมูลโดยย่อของรุ่นที่ขายดีที่สุดอย่าง Tesla Model Y Premium RWD กัน
Tesla Model Y Premium RWD
ราคาเริ่มต้นที่ 49,990 ยูโรในประเทศเยอรมนี (รุ่น Standard ราคา 39,990 ยูโร / รุ่น Performance ราคาประมาณ 62,970 ยูโร)
แบตเตอรี่: แบตเตอรี่ชนิด NCM ขนาดความจุใช้งานจริง 75 kWh (รุ่น Standard ใช้แบตเตอรี่ LFP ขนาด 60 kWh / รุ่น Performance ขนาดประมาณ 79 kWh)
ระยะทางวิ่ง: 603 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP (รุ่นอื่น ๆ อยู่ที่ 534 และประมาณ 580 กิโลเมตรตามลำดับ)
การชาร์จ: ชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging) สูงสุด 250 kW (รุ่น Standard สูงสุดประมาณ 175 kW) และชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) 11 kW
สมรรถนะ: อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.6 วินาที (รุ่น Performance ทำได้ 3.8 วินาที)
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้เลือก

อันดับที่ 2 Škoda Elroq ยอดจำหน่ายสูงสุด 28,321 คัน
น้องใหม่รันวงการ Škoda Elroq เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่งจะเริ่มวางจำหน่ายเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2024 แต่กลับทำยอดขายพุ่งทะยานจนเกือบจะกลายเป็นรถ EV ที่ขายดีที่สุดในยุโรปไปแล้วในช่วงปลายปี 2025 และล่าสุดในไตรมาสที่ 1 ของปี 2026 นี้ Elroq ก็ยังคงรักษาตำแหน่งอันดับ 2 เอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว Škoda Elroq ขายได้ถึง 11,672 คัน หากเทียบแล้วเติบโตขึ้นถึง +146% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
จุดเด่น คือ ดีไซน์ภายในของ Škoda Elroq ให้ความรู้สึกและการใช้งานที่ใกล้เคียงกับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ทั่วไปของค่าย Škoda หรือ Volkswagen ไม่ว่าจะเป็นการคงปุ่มควบคุมแบบปุ่มกดจริง งานดีไซน์ที่เน้นความเรียบหรูดูภูมิฐาน ตลอดจนประสบการณ์ที่คุ้นเคยเมื่อเดินเข้าศูนย์บริการ ท่ามกลางบรรดาผู้ท้าชิงตำแหน่งสุดยอดรถ EV ประจำปี 2026 รถรุ่นนี้จึงเป็นคันที่ให้ความรู้สึกลงตัว และคุ้มค่า
ข้อมูลโดยย่อ Škoda Elroq
ราคาเริ่มต้นประมาณ 33,900 ยูโร (รุ่น Elroq 50) ไปจนถึงประมาณ 44,180 ยูโร (รุ่น Elroq 85)
แบตเตอรี่ของ Škoda Elroq แบ่งออกเป็น 3 รุ่น (ความจุใช้งานจริง – ทุกรุ่นเป็นชนิด NCM):
Škoda Elroq รุ่น 50: 52.0 kWh
Škoda Elroq รุ่น 60: 59 kWh
Škoda Elroq รุ่น 85: 77 kWh
ระยะทางวิ่ง: ประมาณ 350 ถึง 531 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน (Efficiency): ประมาณ 15.2 kWh/100 กม. (ในรุ่น 85) ถึงประมาณ 15.7 kWh/100 กม. (ในรุ่น 60)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): เริ่มต้นที่ประมาณ 145 kW (ในรุ่น 50) ไปจนถึงสูงสุดประมาณ 175 kW (ในรุ่น 85) พร้อมรองรับระบบ Plug & Charge (เสียบสายชาร์จแล้วระบบจ่ายเงินทำงานอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้แอปหรือบัตร)
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: ประมาณ 6.6 วินาที (ในรุ่น 85) ไปจนถึงประมาณ 9.0 วินาที (ในรุ่นย่อยที่ต่ำกว่า)
ระบบขับเคลื่อน: ส่วนใหญ่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) โดยมีรุ่นพิเศษอย่างรุ่น 85 ที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้เลือก

อันดับที่ 3 Tesla Model 3 ยอดจำหน่ายสูงสุด 26,488 คัน
Tesla Model 3 กลับเข้ามาสู้ตัวเล่นที่น่าสนใจอีกครั้งหลังการปรับกลยุทธ์ราคา โดย Model 3 รุ่น Standard ทำตลาดในยุโรปด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 36,990 ยูโรในประเทศเยอรมนี ซึ่งการตั้งราคาระดับนี้เป็นการส่งรถยนต์นั่งขนาดกลาง ลงไปทุบตลาดราคาเดียวกับรถยนต์แฮตช์แบ็กขนาดเล็ก ส่งผลให้สามารถดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อที่เน้นความคุ้มค่าเรื่องราคา พร้อมกับอานิสงส์จากราคน้ำมันแพง ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า Model 3 พุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยเช่นกัน
จากยอดขายรุ่นที่คุ้มค่าที่สุด Model 3 รุ่น Long Range RWD ถือเป็นรุ่นที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ที่ใส่ใจเรื่องการขับขี่ระยะไกล โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อซื้อระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ราคาเริ่มต้นต้นที่ 44,990 ยูโรสำหรับรุ่น Long Range RWD และ 36,990 ยูโรสำหรับรุ่น Standard พร้อมกับส่วนประกอบดังนี้
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): 79 kWh ชนิด NMC
ระยะทางวิ่ง: 750 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ในรุ่น Long Range RWD)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุด 250 kW (ชาร์จจาก 10–80% ภายในเวลาประมาณ 28 นาที)
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: 5.2 วินาที
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และมีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ให้เลือก

อันดับที่ 4 Renault 5 และ Alpine A290 ยอดจำหน่ายสูงสุด 24,369 คัน
ลำดับนี้ขอรวมเรา 2 รุ่น ที่ใช้พื้นฐานของตัวรถแบบเดียวกัน นั้นคือRenault 5 และ Alpine A290 ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% สร้างความสำเร็จในไตรมาสแรกของปี 2026 ด้วยยอดขายรวม 24,369 คัน เติบโตขึ้น +23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในเดือนมีนาคม ดีไซน์ของรถรุ่นนี้ออกแบบตามแนวคิด “Futuretro” (อนาคตร่วมสมัย) เพราะมันให้ความรู้สึกเหมือนรถที่เดินทางข้ามเวลามาจากอนาคต โดยที่ยังคงหยิบยกเอาชิ้นส่วนและกลิ่นอายที่ดีที่สุดจากอดีตมาใช้ได้อย่างลงตัว
จุดเด่นที่ทำให้เป็นหนึ่งในสุดยอดรถ EV ขนาดเล็กของทั้ง 2 รุ่นนี้คือ การออกแบบรถแฮตช์แบ็กสไตล์เรโทรที่ขับสนุกและให้การตอบสนองดีเยี่ยมเหมือนรถยนต์คันใหญ่ทั่วไป แถมยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบ V2L และ V2G ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่ารถครอสโอเวอร์ส่วนใหญ่ในตลาดอย่างเห็นได้ชัด
ข้อมูลพื้นฐานแบบคร่าวๆของทั้ง 2 รุ่น
ราคาเริ่มต้น: ตั้งแต่ประมาณ 25,000 ยูโร (รุ่น Comfort Range, 95 แรงม้า) ไปจนถึงประมาณ 30,000 ยูโร (รุ่น 120 แรงม้า) และประมาณ 30,000 ยูโรขึ้นไป (รุ่น Long Range, 52 kWh, 150 แรงม้า)
แบตเตอรี่: 42 kWh (ในรุ่น Comfort Range) หรือ 52 kWh (ในรุ่น Long Range)
ระยะทางวิ่ง: ประมาณ 300–400 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน (Efficiency): ประมาณ 14.5 kWh/100 กม. ตามมาตรฐาน WLTP
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): กำลังไฟสูงสุดประมาณ 80–100 kW พร้อมรองรับระบบ V2L (จ่ายไฟให้อุปกรณ์ภายนอก) + V2G/V2H (จ่ายไฟกลับคืนสู่ระบบสายส่งหรือตัวบ้าน)
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: เริ่มต้นที่ประมาณ 8.0 วินาที
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ในทุกรุ่นย่อย

อันดับที่ 5 Škoda Enyaq ยอดจำหน่ายสูงสุด 21,152 คัน
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ Škoda ตั้งใจสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นรถ EV 100% ที่พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม MEB เดียวกับ VW ID.4 และมีขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่ารุ่นน้องอย่าง Elroq อยู่หนึ่งเซกเมนต์ ด้วยยอดขายในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่สูงถึง 21,152 คัน และยอดจดทะเบียนเฉพาะในเดือนมีนาคมอีก 9,352 คัน ทำให้ Škoda Enyaq สร้างปรากฏการณ์การเติบโตอย่างไปพร้อม ๆ กัน ในขณะที่รถรุ่นน้องที่เพิ่งเปิดตัวใหม่และมีขนาดเล็กกว่า
Škoda Enyaq เป็นการออกแบบเหมือนสะพานเชื่อม ให้ผู้คนที่เคยใช้รถยนต์น้ำมันอย่างรุ่น Kodiaq หรือ Tiguan เมื่อ 5 ปีก่อนเปลี่ยนผ่านไปสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวอร์ชันตัวถังท้ายลาดสไตล์คูเป้อย่างรุ่นย่อย RS ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ
ราคาเริ่มต้น (ในตลาดส่วนใหญ่): เริ่มต้นที่ประมาณ 40,000 ยูโร
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): สูงสุด 77 kWh (ในรุ่นท็อป)
ระยะทางวิ่ง: สูงสุดประมาณ 565 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุด 175 kW
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย

อันดับที่ 6 Volkswagen ID.4 ยอดจำหน่ายสูงสุด 18,987 คัน
Volkswagen ID.4 ออกแบบเพื่อเป็นความปกติใหม่ (New Normal) ในโลกยานยนต์ไฟฟ้าตามแบบฉบับของ Volkswagen มันไม่ใช่รถที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดสายตาหรือสร้างความหวือหวา Volkswagen ID.4 เป็นรถที่ชนะใจตลาดด้วยการคว้าดีลรถเช่าเหมาลำขององค์กร (Fleet deals) ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าประจำองค์กรขนาดใหญ่ ส่งผลให้ Volkswagen ID.4 ติดอันดับในแคตตาล็อกรถเช่าซื้อ (Leasing catalogues) และยังเป็นตัวแทนของ Volkswagen รุุ่นเก่าๆด้วยการเข้าไปจอดอยู่ในโรงรถของครอบครัวที่เคยเป็นเจ้าของรถรุ่น Tiguan มาก่อน
ด้วยยอดขายในไตรมาสแรก Volkswagen ID.4 มียอดขาย 18,987 คัน ทำให้ ID.4 รั้งอันดับที่ 6 ในตาราง แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่สดใหม่กว่า (อย่าง Elroq) หรือคู่แข่งที่ทำราคาได้ถูกกว่า (อย่าง Renault 5) ที่เบียดอยู่ในอันดับที่เหนือกว่ามันก็ตาม นอกจากนี้ หากดูจากสเปกบนหน้ากระดาษ ID.4 มีความใกล้เคียงกับ Škoda Elroq 85 เป็นอย่างมาก เนื่องจากรถทั้งสองรุ่นนี้ใช้แพลตฟอร์มร่วมกันนั่นเอง
Volkswagen ID.4 เปิดราคาราคาเริ่มต้นประมาณ 37,000 ยูโร (ในรุ่น Pure)
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): 52 kWh / 77 kWh / 79 kWh ไล่เรียงไปตามรุ่นย่อย Pure, Pro และ GTX
ระยะทางวิ่ง: 360–570 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุด 175 kW (ในรุ่น Pro)
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.: เริ่มต้นที่ 5.4 วินาที (ในรุ่น GTX) ไปจนถึงประมาณ 9 วินาที (ในรุ่น Pure)
ระบบขับเคลื่อน: ส่วนใหญ่เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ส่วนรุ่น GTX จะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
ระบบชาร์จสองทิศทาง (Bidirectional charging): รองรับการใช้งานในบางภูมิภาค (สามารถจ่ายไฟกลับให้อุปกรณ์ภายนอกหรือระบบบ้านได้)

อันดับที่ 7 Volkswagen ID.3 ยอดจำหน่ายสูงสุด 17,665 คัน
รถยนต์ไฟฟ้า Volkswagen ID.3 สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นรถ EV 100% รุ่นแรกสุดในประวัติศาสตร์ของ Volkswagen หลังจากผ่านช่วงเปิดตัวที่ค่อนข้างทุลักทุเลมาได้ Volkswagen ID.3 กลายมาเป็นรถแฮตช์แบ็กในกลุ่ม C-Segment ที่มีความนิยมอย่างมาก ในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้ ID.3 กวาดยอดขายไปได้ 17,665 คัน
ตามจริงแล้ว Volkswagen ID.3 เนื่องจากมาการเข้ามาแบ่งพื้นที่จากรถยนต์ขนาดเล็กกว่า อยู่ในกลุ่มเซกเมนต์ที่ควรจะได้รับผลกระทบจากกลุ่มรถ EV ขนาดเล็ก เช่น Renault 5, Citroën e-C3, รวมถึงรุ่นที่กำลังจะมาอย่าง ID.Polo และ Cupra Raval ทว่า Volkswagen ID.3 ก็สามารถทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่ายังมีกลุ่มผู้ซื้อที่เจาะจงเลือกสเปกของรถระดับ C-Segment ที่ใช้งานได้คุ้มค่ามากกว่ารถแฮตช์แบ็กขนาดเล็กในกลุ่ม B-Segment นอกจากนี้ การปรับโฉมย่อยระหว่างรอบตัวถัง ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดได้ดี รวมถึงดีไซน์ส่วนหน้ารถที่มีความร่วมสมัย
Volkswagen ID.3 ราคาเริ่มต้นประมาณ 35,000 ยูโร
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): 52–77 kWh (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
ระยะทางวิ่ง: สูงสุดประมาณ 555 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ในรุ่น Pro S)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุด 175 kW
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) ในทุกรุ่นย่อย

อันดับที่ 8 Volkswagen ID.7 ยอดจำหน่ายสูงสุด 15,833 คัน
ความหวังสู่ตลาด Volkswagen ID.7 ส่งมาท้าชนกับ Tesla Model 3 โดยตรง และยังขยับเซกเมนต์เข้าไปในกลุ่มรถยนต์ซีดานระดับผู้บริหาร (Executive sedan) โดย Volkswagen ID.7 จะมีให้เลือกทั้งรูปแบบตัวถังซีดานและแบบทัวเรอร์ ซึ่งในไตรมาสแรกของปี 2026 นี้ รถรุ่นนี้ทำยอดขายไปได้ 15,833 คัน โดยเฉพาะตัวถังแบบ Tourer นั้นทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในตลาดกลุ่มประเทศที่ยังคงให้ความนิยมรถทรงแวกอนอย่างเหนียวแน่น เช่น เยอรมนี ออสเตรีย และกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และจุดขายสำคัญที่เป็นไฮไลต์เด่นของรถรุ่นนี้ก็คือเรื่องของ “ระยะทางวิ่ง” โดยในรุ่นย่อย Pro S Tourer ได้รับการรับรองว่าสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 700 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรถ EV กลุ่มแบรนด์ทั่วไป (Non-luxury) ที่ทำระยะทางได้ไกลที่สุดในยุโรป ณ ขณะนี้
Volkswagen ID.7 ราคาเริ่มต้นประมาณ 55,000 ยูโร
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): 77 หรือ 86 kWh
ระยะทางวิ่ง: สูงสุดประมาณ 709 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP (ในรุ่น Pro S Tourer)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุด 200 kW
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
รูปแบบตัวถัง: ซีดาน หรือ ทัวเรอร์ (สเตชันแวกอน)

อันดับที่ 9 Leapmotor T03 ยอดจำหน่ายสูงสุด 14,471 คัน
รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ 4 ประตูสำหรับขับขี่ในเมือง (City EV) จากประเทศจีน Leapmotor T03 จำหน่ายในยุโรปโดยกลุ่ม Stellantis ยักษ์ใหญ่ผู้ครอบครองแบรนด์ดังอย่าง Fiat, Jeep, Peugeot, Opel และอื่น ๆ โดย Stellantis ได้ร่วมทุนกับ Leapmotor ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีน จัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่ชื่อว่า Leapmotor International และเลือกใช้โรงงานของ Stellantis ในยุโรปเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor เพื่อส่งมอบให้กับผู้ซื้อในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ และในตอนนี้ มันได้กลายมาเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในยุโรปประจำปี 2026 ไปอย่างเหนือความคาดหมาย
Leapmotor T03 สามารถเจาะทะลุมาตรฐานระดับยุโรปเข้ามาติดอันดับยอดขายในไตรมาสแรกสูงถึง 14,471 คัน เฉพาะเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวก็กวาดไปได้ถึง 6,680 คัน ทำให้ Leapmotor T03 น่าสนใจอย่างยิ่งข้อมูลโดยย่อของ Leapmotor T03
Leapmotor T03 ราคาเริ่มต้นประมาณ 18,900 ยูโร ในหลาย ๆ ตลาดของยุโรป (ถือเป็นรถที่ราคาเข้าถึงง่ายมาก)
แบตเตอรี่: 37.3 kWh
ระยะทางวิ่ง: ประมาณ 265 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุดประมาณ 45 kW (ออกแบบมาเพื่อเป็นรถใช้งานในเมือง ไม่ใช่รถสำหรับขับเดินทางไกล)
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 6.6 kW
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)
รูปแบบตัวถัง: รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก 4 ประตูสำหรับขับขี่ในเมือง (4-door city EV)

อันดับที่ 10 Mercedes-Benz CLA EV ยอดจำหน่ายสูงสุด 14,424 คัน
รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของค่ายดาวสามแฉก Mercedes-Benz CLA EV พัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์มใหม่อย่าง MMA หลังจากที่เริ่มต้นทำตลาดได้อย่างราบเรียบในช่วงปี 2025 ในที่สุดมันก็ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ Top 10 ของยุโรปได้อย่างมั่นคง ด้วยยอดขายในไตรมาสแรกสูงถึง 14,424 คัน ยิ่งไปกว่านั้น แค่เดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียวก็ทุบสถิติใหม่ด้วยยอดจดทะเบียนถึง 6,942 คัน ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวตัวถังรูปแบบใหม่อย่าง Shooting Brake (สเตชันแวกอนท้ายลาด) รวมถึงการเริ่มวางจำหน่ายรุ่นย่อยที่มีราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น
จุดเด่นที่ทำให้ Mercedes-Benz CLA EV ฉายแสงออกมาอย่างชัดเจนก็คือ “ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน” โดยตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองพลังงานตามมาตรฐาน WLTP ในรุ่นที่ประหยัดที่สุดนั้นทำได้ต่ำเพียงประมาณ 12.2 kWh/100 กม. ซึ่งถือว่าก้าวเข้าสู่ขอบเขตมาตรฐานระดับแนวหน้าของ Tesla ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่ได้ยินกันบ่อยนักเมื่อพูดถึงรถยนต์ของ Mercedes นอกจากนี้ ด้วยวิศวกรรมระบบแรงดันไฟฟ้าสูง 800V ยังช่วยให้รถคันนี้รองรับการชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ได้สูงสุดถึงประมาณ 320 kW ส่งผลให้ CLA EV ติดโผหนึ่งในรถยนต์ที่ชาร์จไฟได้เร็วที่สุดในตลาดยุโรปประจำปี 2026
Mercedes-Benz CLA EV ราคาเริ่มต้น: เริ่มต้นที่ประมาณ 55,000 ยูโร
แบตเตอรี่ (ความจุใช้งานจริง): สูงสุด 85 kWh (ในรุ่นท็อป)
ระยะทางวิ่ง: สูงสุดประมาณ 792 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP
อัตราสิ้นเปลืองพลังงาน (Efficiency): เริ่มต้นที่ประมาณ 12.2 kWh/100 กม. (ในรุ่นย่อยที่ประหยัดพลังงานที่สุด)
การชาร์จเร็วด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charging): สูงสุดประมาณ 320 kW
การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charging): 11 kW (และมีออปชันระบบ 22 kW ให้เลือก)
ระบบขับเคลื่อน: ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) หรือ ขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)
รูปแบบตัวถัง: ซีดาน หรือ ชูตติ้งเบรค (Shooting Brake – สเตชันแวกอนท้ายลาด)