Apollo Tyres พัฒนายางใหม่แกะกล่องกับรุ่น Quatrac Pro 2


การออกแบบดอกยางแบบทิศทางเดียว (Directional Tread Design) แบบใหม่
Apollo Vredestein Quatrac Pro 2 โดดเด่นด้วยลายดอกยางแบบทิศทางเดียวที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะบนถนนเปียก ลายดอกยางออกแบบผสมผสานร่องรีดน้ำตามยาวเข้ากับรูปแบบตัว V (V-shaped) ร่องเหล่านี้ช่วยระบายน้ำเพื่อลดการเหินน้ำ (Aquaplaning) ผสานกับร่องยางแนวขวางช่วยสร้างแรงยึดเกาะที่สมดุลบนถนนเปียก และหิมะ Apollo Vredestein Quatrac Pro 2 ยังมีแกนกลาง (Central rib) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมบนถนนแห้ง และความเสถียรในการเบรก ทำงานคู่กับร่องเล็กบนดอกยางแบบ 3D (3D interlocking sipes) ออกแบบให้บริเวณบล็อกไหล่ยางสามารถรักษาการยึดเกาะบนหิมะ และความมั่นคงของดอกยางทั้งในสภาพเปียก และแห้ง นอกจากนี้การจัดวางบล็อกดอกยางแบบ Multi-pitch ยังช่วยลดเสียงรบกวนภายนอก ที่ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริดเป็นอย่างดี พิศูจย์ได้ด้วยฉลากระดับ A ด้านเสียงรบกวนภายนอกในทุกขนาดผลิตภัณฑ์
คอมพาวด์เจเนอเรชันใหม่
หัวใจสำคัญของประสิทธิภาพใน Quatrac Pro 2 คือ คอมพาวด์ยางรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีความก้าวหน้าสูง พิเศษด้วยการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของเรซิน และโพลิเมอร์ ร่วมกับเทคโนโลยีสารเติมเต็มแบบผสม (Multi-filler technology) ส่งผลให้ยางมีช่วงอุณหภูมิการทำงานที่กว้างขึ้น โดยเน้นประสิทธิภาพการเบรกบนถนนเปียกเป็นพิเศษ
ตัวคอมพาวด์ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นในอุณหภูมิต่ำ แต่ยังคงความเสถียรแข็งแรงในอุณหภูมิสูง การออกแบบที่ตอบสนองการใช้งานอย่างตรงจุดเพื่อการใช้งานที่มั่นใจ และทนทาน ในสภาพอากาศหนาวเย็น หรือบนพื้นผิวที่เปียก และมีหิมะปกคลุม ยางจะให้การยึดเกาะที่มั่นใจ ส่วนในสภาวะที่อากาศร้อน และถนนแห้ง คอมพาวด์จะยังคงความแข็งแกร่ง ช่วยต้านทานการสึกหรอ และให้การควบคุมที่แม่นยำ ความสมดุลนี้ช่วยเพิ่มความทนทาน และมอบสมรรถนะที่มั่นใจได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ยางยังได้รับสัญลักษณ์ Three Peak Mountain Snowflake (3PMSF) ยืนยันประสิทธิภาพบนหิมะ คอมพาวด์นี้เมื่อทำงานร่วมกับดีไซน์ดอกยาง ยังได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้า และไฮบริดอีกด้วย

โครงสร้างนวัตกรรมเพื่อความเสถียรและความแม่นยำ
Apollo Vredestein Quatrac Pro 2 รวมเอาความเสถียรขณะเข้าโค้ง ความแม่นยำในการควบคุม และความปลอดภัยในการขับขี่ ผสานเข้ากับความนุ่มสบายในการขับขี่ เพื่อสร้างสมดุลของความต้องการที่มักจะขัดแย้งกันในยาง UHP ออลซีซั่น
- ตัวยางมีบริเวณขอบยาง (Bead area) ที่แข็งขึ้นพร้อมดีไซน์แบบ Double-taper เพื่อการล็อกขอบล้อที่มั่นคงระหว่างการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มความสบายและความเสถียรของพวงมาลัย
- การออกแบบชั้นเข็มขัดรัดหน้ายาง (Belt design) เฉพาะตัวช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าสัมผัส (Footprint) เพื่อระยะทางใช้งานที่ยาวนานขึ้น และในกรณีที่ใช้ยางหน้า-หลังขนาดต่างกัน (Mixed fitments) จะช่วยเพิ่มความแม่นยำของพวงมาลัยที่เพลาหน้าในขณะที่ยังรักษาความเสถียรที่เพลาท้าย
Vredestein Quatrac Pro 2 จะมีให้เลือกใช้กับล้อขนาดตั้งแต่ 17 นิ้ว ถึง 24 นิ้ว และเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์สายสปอร์ต ยางรุ่นนี้จะมีความกว้างหน้ายางสูงสุดถึง 355
ติดตามข่าวสารยางรถยนต์ดีๆได้ที่นี่เลย Autotirechecking.com และ Autotirechecking TikTok