
บริดจสโตน (Bridgestone) ได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship โดยจะจัดส่งยางรุ่น Potenza ที่พัฒนาขึ้นเพื่อดึงสมรรถนะสูงสุดของรถแข่ง Gen4 ออกมา
ผู้ผลิตยางรถยนต์รายนี้ใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็น “ห้องทดลองเคลื่อนที่” และนำประสบการณ์อันล้ำค่ารวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้จากการแข่งขัน มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนายางสำหรับผู้บริโภคและยางเชิงพาณิชย์ การเข้าร่วม Formula E ในครั้งนี้ Bridgestone ตั้งเป้าที่จะต่อยอดเทคโนโลยี พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการผลิตให้ดียิ่งขึ้น

“การกลับมาสู่การแข่งขัน FIA World Championship ของเราถือเป็นการหวนคืนสังเวียนที่น่าตื่นเต้น ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์แห่งความมุ่งมั่นและนวัตกรรมของ Bridgestone” Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและกรรมการบริหารตัวแทนของ Bridgestone Corporation กล่าว

ยางรถยนต์รุ่น Potenza
รถแข่ง Gen4 มีสมรรถนะที่โดดเด่นอย่างมาก โดยมีอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 1.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 335 กม./ชม. และมีพละกำลังสูงสุดถึง 600kW (815 แรงม้า) ซึ่งให้แรงบิดสูง พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอคทีฟตลอดเวลา ส่งผลให้รถแข่งรุ่นนี้ต้องการยางที่มีสมรรถนะสูงตามไปด้วย
ยางรุ่น Potenza Gen4 มีการยึดเกาะถนนสูงเพื่อดึงสมรรถนะของรถออกมาให้ได้มากที่สุด สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลายทั่วโลก และมีความทนทานเพื่อรักษาสมรรถนะขั้นสูงตั้งแต่จุดสตาร์ทจนจบการแข่งขัน นอกจากนี้ Bridgestone ยังได้พัฒนายาง Potenza Gen4 สำหรับรุ่น Typhoon Tire ซึ่งเป็นยางสำหรับลุยฝน ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงแม้ในขณะที่ฝนตกหนัก
“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Bridgestone เข้าสู่ Formula E ในฐานะผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับฤดูกาล 2026/27 และฤดูกาลต่อๆ ไป ด้วยการผสมผสานมรดกทางมอเตอร์สปอร์ตอันยาวนานเข้ากับนวัตกรรมที่ยั่งยืนและล้ำสมัย Bridgestone จึงเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่น่าตื่นเต้นนี้” Jeff Dodds ซีอีโอของ Formula E กล่าว

ความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน
สำหรับยาง Gen4 นั้น Bridgestone ประสบความสำเร็จในการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียนในสัดส่วนถึง 65% สำหรับยางทุกเส้น โดยใช้วัตถุดิบอย่างคาร์บอนแบล็คที่ได้จากน้ำมันไพโรไลซิสของยางที่หมดอายุการใช้งาน และซิลิกาที่สกัดได้จากแกลบ
ยางธรรมชาติที่นำมาใช้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) โดย Bridgestone ซึ่งสอดคล้องกับระบบการรับประกัน GPSNR และได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานภายนอก
นอกจากนี้ ยังมีการใช้พลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับทั้งความร้อนและไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิต และยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้ด้วยการส่งเสริมการขนส่งแบบคาร์บอนต่ำสำหรับระบบโลจิสติกส์ Bridgestone ยังคงเดินหน้าผลักดันโครงการด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกับพันธมิตร รวมถึงโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น การรีไซเคิลยางที่หมดอายุการใช้งานด้วยกระบวนการทางเคมี
“ในการพัฒนา Potenza Gen4 เราได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีเพื่อปลดล็อกสมรรถนะอันทรงพลังของรถ Gen4 อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยาง Potenza Gen4 รุ่น Typhoon Tyre ที่เพิ่งเปิดตัว ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งวิวัฒนาการสำหรับยุค Gen4 ซึ่งช่วยให้นักแข่งสามารถรับมือกับสภาพถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ” Hiroshi Imai กรรมการบริหาร, CPO ด้านมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ Bridgestone Corporation กล่าว
“จากความร่วมมือที่เกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนายาง Gen4 เราตั้งตารอที่จะสานต่องานนี้ร่วมกับ Bridgestone, Formula E และทีมงาน เพื่อส่งมอบยางที่ตอบสนองความต้องการอันเข้มงวดของการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship” Marek Nawarecki ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกีฬารถยนต์ทางเรียบของ FIA กล่าว
ทั้งนี้ Bridgestone จะเป็นผู้จัดส่งยางรถยนต์สำหรับการแข่งขันทุกสนามในฤดูกาล 2026/27