อัปเดต 13 ตุลาคม 2569: กรมขนส่งทางบกมาเลเซีย (JPJ) ประกาศระงับการรับรองแบบรถหรือ Vehicle Type Approval (VTA) และการจดทะเบียนใหม่ของ Chery OMODA 5 บางรุ่นที่อาจเกี่ยวข้อง ชั่วคราว ระหว่างตรวจสอบเหตุชุดช่วงล่างหลังพร้อมล้อหลุดจากตัวรถที่รัฐยะโฮร์ เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ขณะที่ Chery Auto Malaysia ประกาศเรียกรถ OMODA 5 รุ่นย่อย C และ H ที่อยู่ในข่ายไปตรวจและเปลี่ยนชิ้นส่วนตามความจำเป็นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นี่เป็นมาตรการในมาเลเซีย ไม่ใช่ประกาศเรียกคืนรถทุกคันในไทย
ผู้ซื้อรถในไทยควรอ่านแยกให้ชัดระหว่าง OMODA 5 รุ่นเครื่องยนต์ ในข่าวมาเลเซีย กับ OMODA E5 / OMODA 5 EV รถไฟฟ้า เพราะชื่อใกล้กันแต่ระบบส่งกำลังและโครงสร้างช่วงล่างอาจแตกต่างกัน บทความนี้สรุปเฉพาะสิ่งที่ได้รับการยืนยัน ไม่วินิจฉัยสาเหตุจากคลิปหรือภาพไวรัล
เกิดอะไรขึ้นกับ Chery OMODA 5 ในมาเลเซีย?
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 มีรายงานเหตุ OMODA 5 คันหนึ่งบริเวณยะโฮร์บาห์รู มาเลเซีย สูญเสียชุดเพลาหลัง/ช่วงล่างหลังพร้อมล้อทั้งสองออกจากตัวรถ ข้อมูลจากสื่อที่ตรวจสอบเหตุการณ์ระบุว่าไม่พบรายงานผู้บาดเจ็บ แต่การแยกตัวของชิ้นส่วนยังไม่เพียงพอที่จะระบุสาเหตุทางเทคนิคได้แน่ชัด
วันที่ 11 ตุลาคม 2569 หน่วยงาน JPJ ประกาศระงับการรับรอง VTA และการจดทะเบียนใหม่เป็นการชั่วคราวสำหรับรุ่นหรือรุ่นย่อยที่อาจเกี่ยวข้อง พร้อมให้ตรวจสอบกระบวนการผลิต ผู้ผลิตชิ้นส่วน และคุณภาพรอยเชื่อม เพื่อกำหนดขอบเขตความเสี่ยงก่อนยกเลิกมาตรการ ส่วนวันที่ 12 ตุลาคม สื่อหลายแห่งรายงานรายละเอียดตามประกาศดังกล่าว ไม่ใช่การประกาศห้ามใช้ OMODA ทุกคันทั่วโลก
Chery มาเลเซียเรียกตรวจรุ่นไหน และต้องทำอะไร?
Chery Auto Malaysia ประกาศอย่างเป็นทางการวันที่ 11 ตุลาคม 2026 ว่าเริ่มแคมเปญเรียกตรวจ OMODA 5 รุ่นย่อย C และ H เฉพาะรถที่ได้รับผลกระทบ โดยเจ้าของรถในมาเลเซียสามารถเช็กหมายเลขตัวถัง (VIN) กับเว็บไซต์ Chery Malaysia และเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ตรวจและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่จำเป็นได้ฟรี บริษัทระบุด้วยว่ารถจากการผลิตปัจจุบันไม่อยู่ในแคมเปญนี้
ส่วน JPJ ต้องการให้ผู้ผลิตระบุรถที่เกี่ยวข้องจากเลขชิ้นส่วน รุ่นย่อย ล็อตการผลิต และ VIN แล้วแก้ไขก่อนกลับมาจดทะเบียนใหม่ตามปกติ ยังไม่ควรสรุปว่าทุกรุ่นปี ทุกล็อต หรือทุกตลาดได้รับผลกระทบ
แล้ว OMODA ในประเทศไทยได้รับผลกระทบหรือไม่?
ยังไม่มีหลักฐานจากประกาศมาเลเซียว่ารถที่จำหน่ายในไทยถูกเรียกคืนในมาตรการครั้งนี้โดยอัตโนมัติ รถที่เป็นข่าวคือ OMODA 5 รุ่นเครื่องยนต์ในตลาดมาเลเซีย ขณะที่ชื่อ OMODA E5/OMODA 5 EV หมายถึงรถไฟฟ้า ซึ่งสื่อยานยนต์ระบุว่าใช้รูปแบบช่วงล่างหลังต่างจากรถเครื่องยนต์บางเวอร์ชัน จึงนำข้อสรุปจากรถเครื่องยนต์ไปครอบรถ EV ทั้งหมดไม่ได้
ในไทยมีข้อมูลเกี่ยวกับรถไฟฟ้า OMODA จากบทความเดิมของ ATC ที่ OMODA 5 EV สำหรับตลาดไทย แต่การมีชื่อรุ่นคล้ายกันไม่ได้ยืนยันการใช้ชิ้นส่วนล็อตเดียวกัน ผู้ใช้รถควรตรวจรุ่น ปีผลิต และ VIN กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศของตน หากมีประกาศใหม่จากหน่วยงานหรือแบรนด์ไทย ต้องอัปเดตข้อเท็จจริงตามนั้น
ผู้ใช้รถควรทำอะไรระหว่างรอผลตรวจสอบ?
- ผู้ใช้ OMODA 5 ในมาเลเซีย: ใช้ระบบเช็ก VIN ของ Chery Malaysia หรือติดต่อศูนย์บริการเพื่อยืนยันรถอยู่ในข่ายเรียกตรวจหรือไม่
- ผู้ใช้ OMODA/Chery ในไทย: ตรวจประกาศศูนย์บริการไทยตามเลขตัวถังจริง อย่าอนุมานจากชื่อรุ่นหรือภาพบนโซเชียล
- หากรถมีอาการผิดปกติ: เช่น เสียงดังผิดธรรมดาจากช่วงล่าง ท้ายรถเอียง การบังคับเลี้ยวผิดปกติ หรือเห็นชิ้นส่วนหลวม ให้จอดในที่ปลอดภัยและติดต่อศูนย์บริการ/รถยก ไม่ฝืนขับต่อ
คำถามที่ยังต้องรอคำตอบ
เป็นปัญหาเดียวกับกรณีปี 2024 หรือไม่?
เคยมีแคมเปญตรวจรถในมาเลเซียปี 2024 ซึ่งเกี่ยวกับส่วนประกอบช่วงล่างหลัง แต่ ยังไม่มีรายงานเทคนิคฉบับสมบูรณ์ที่ยืนยันว่ากรณี 6 ตุลาคม 2026 เกิดจากสาเหตุเดียวกัน และยังไม่ทราบว่ารถที่เกิดเหตุผ่านการตรวจครั้งก่อนหรืออยู่ในล็อตใด
มาเลเซียสั่งห้ามขับ OMODA 5 ทุกคันหรือไม่?
รายงานที่ตรวจสอบระบุถึงการระงับ VTA และจดทะเบียนใหม่ สำหรับรุ่นที่เข้าข่าย ไม่ใช่คำสั่งห้ามเจ้าของเดิมขับรถทุกคันเหมารวม ผู้ใช้รถที่ได้รับแจ้งเรียกตรวจควรทำตามคำแนะนำของศูนย์บริการทันที
แหล่งข้อมูลและวันประกาศ: Chery Auto Malaysia (11 ต.ค. 2026) · Bernama/The Edge (11 ต.ค.) · The Business Times (12 ต.ค.) · CarNewsChina (8 ต.ค.)
ภาพปก: Chery OMODA 5 รุ่นเครื่องยนต์ถ่ายในประเทศจีนโดย JustAnotherCarDesigner / Wikimedia Commons, CC0 เป็นภาพประกอบรถรุ่นเดียวกัน ไม่ใช่คันที่เกิดเหตุในมาเลเซีย และไม่ใช่ภาพรถรุ่นไทย