
ในยุคปลาย 80s ซูเปอร์คาร์ฝั่งยุโรปอย่าง Ferrari หรือ Lamborghini นั้นทั้งแรง สวยงาม แต่ก็ขับขี่ยาก แอร์ไม่เย็น และเสียบ่อย จนกระทั่ง Honda ตัดสินใจสร้าง NSX (New Sportscar eXperimental) ขึ้นมาเพื่อตบหน้าค่ายรถยุโรป ด้วยการเป็น “ซูเปอร์คาร์ที่ขับไปจ่ายตลาดได้ทุกวัน” และนี่คือความลับทางวิศวกรรมระดับโลกที่ซ่อนอยู่ในรถคันนี้

1. ตำนานนักขับ F1 “Ayrton Senna” คือผู้พลิกโฉมรถคันนี้ ในช่วงการทดสอบ NSX รุ่นโปรโตไทป์ Honda มั่นใจมากว่ารถของพวกเขาเพอร์เฟกต์แล้ว แต่เมื่อพวกเขาเชิญ ไอร์ตัน เซนน่า (Ayrton Senna) แชมป์โลก F1 ผู้ล่วงลับมาทดสอบขับที่สนาม Suzuka เซนน่ากลับบอกว่า “รถคุณขับดีนะ แต่แชสซีมันย้วยเกินไป (A bit fragile)” คำวิจารณ์ประโยคเดียวนี้ ทำให้วิศวกรฮอนด้ากลับไปรื้อโครงสร้างรถใหม่ทั้งหมด และเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถัง (Chassis Rigidity) ขึ้นอีกถึง 50% จนกลายเป็นตำนานการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ

2. รถยนต์คันแรกของโลกที่ตัวถังเป็น “อลูมิเนียมทั้งคัน” เพื่อชดเชยน้ำหนักของโครงสร้างที่ต้องแข็งแรงขึ้นตามคำแนะนำของเซนน่า ฮอนด้าได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการใช้เทคโนโลยี “Monocoque อลูมิเนียมล้วน” คันแรกของโลกในสายการผลิตจริง ซึ่งช่วยลดน้ำหนักลงได้ถึง 200 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับการใช้เหล็กกล้า การใช้อลูมิเนียมในยุคนั้นล้ำหน้ามากจนฮอนด้าต้องสร้างโรงงานใหม่และฝึกช่างเชื่อมโลหะระดับหัวกะทิเพื่อประกอบรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ

3. ห้องโดยสารที่ก๊อปปี้มาจาก “เครื่องบินรบ F-16” ซูเปอร์คาร์ยุคก่อนมักมีปัญหาจุดบอดเยอะ ทัศนวิสัยแย่ แต่หัวหน้าทีมออกแบบของ NSX ได้แนวคิดมาจาก เครื่องบินขับไล่ F-16 Falcon พวกเขาออกแบบห้องโดยสารให้มีลักษณะเหมือนโดมกระจก (Canopy) ที่ถูกดันไปด้านหน้า ทำให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยได้รอบทิศทาง 360 องศาโดยไม่มีเสา A-pillar หนาๆ มาบดบังทัศนวิสัย ส่งผลให้ NSX กลายเป็นซูเปอร์คาร์ที่ขับง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากที่สุดในโลก