AutoTireChecking สเปคและราคายางอัพเดตล่าสุด TOP CHART ยางรถยนต์ - ยางรถยนต์ขอบ 13" - ยางรถยนต์ขอบ 14 " - ยางรถยนต์ขอบ 15 " - ยางรถยนต์ขอบ 16 " - ยางรถยนต์ขอบ 17 " - ยางรถยนต์ขอบ 18 " - ยางรถยนต์ขอบ 19 " - ยางรถยนต์ขอบ 20 " - ยางรถยนต์ขอบ 21 " - ยางรถยนต์ขอบ 22 " ตารางผ่อนรถ บทความยางรถยนต์ โปรโมชั่น ติดต่อโฆษณา

หลักการลมยางของสนามแข่ง

เคยคิดกันไหมครับว่าลมยางเท่าไหร่ถึงจะเหมาะสมกับใช้สมรรถนะได้อย่างเต็มที่ วันนี้พวกเราทีมงาน AUTOTIRECHECKING(ATC) เลยอยากจะนำเสนอทฤษฎีจากสนามแข่งขัน ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ของลมยาง และการขับขี่มาให้ลองศึกษากันดูครับ

ในสนามการแข่งขัน เรื่องการเกาะถนนของยางนั้น จะขึ้นกับโหลดในแนวตั้ง หรือน้ำหนักที่ตกลงบนยาง และนั้นหละครับด้วยการใช้งานที่อาศัยประโยชน์จากการกดของน้ำหนัก เมื่อเกิดการเข้าโค้งการถ่ายเทน้ำหนักจึงส่งผลให้การทำงานของหน้ายางเปลี่ยนไป เมื่อต้องรับน้ำหนักในการเข้าโค้งหน้ายางที่รับน้ำหนักจะเปลี่ยนไปเป็นหน้ายางด้านนอก ฉะนั้นหน้ายางด้านนอกต้องมีความสามารถในการเกาะถนนได้ดีกว่าการรับน้ำหนักเต็มหน้ายางอย่างน้อย 1.5 ถึง 2 เท่า

แรงดันลมที่อุณหภูมิทำงาน

การควบคุมแรงดันลมยางให้อยู่ในช่วงการทำงานที่ดีที่สุดนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการแข่งขันบนสนามแข่ง เช่นกัน เนื่องด้วย แรงดันของลมยางนั้น จะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิของลมยาง และแปลผันไปกับสภาพแวดล้อมภายนอก ฉะนั้นการจะทำให้แรงดันลมยางอยู่ในช่วงที่เหมาะสมนั้นนอกจากสภาพอากาศ แดด ฝน  เช่น เป็นการขับขี่แบบการวิ่งระยะยาว หรือแค่สั้นๆ ประเมินการใช้เบรกหากเป็นการขับขี่ที่ใช้เบรกมากอุณหภูมิก็จะสูงขึ้นไปอีก

การเติมลมยางมาตรฐานหากเปลี่ยนขนาดล้อ หรือยาง

อย่างที่เราเคยนำเสนอไปครับการเติมลมยางนั้นในรถยนต์แต่ละคันก็จะมี ค่าลมยางมาตรฐานติดอยู่ข้างประตูคนขับเสมอ แต่เคยสงใสไหมครับว่าถ้าเกิดวันหนึ่งเราอยากจะเปลี่ยนไปใส่ ล้อขอบ 15 ,16 หรือ17 ซีรี่ยางเปลี่ยนไปใส่ 50 ,55 หรือ 60 แรงดันลมยางจะต้องเติมเปลี่ยนไปหรือไม่ คำตอบคือ เติมเท่าค่าแรงดันลมมาตรฐานเลยครับ เพราะอย่างที่กล่าวมาข้างต้นการเติมลมยางนั้นจะไปสอดคล้องกันน้ำหนักของรถ นั้นหมายความว่า น้ำหนักของรถได้ผ่านการวิเคราะห์จากทางผู้ผลิตมาแล้วว่าจะต้องใช้แรงดันลมยางตามป้ายมาตรฐานลมยางนั้นๆ เรามาดูตัวอย่างการเติมลมยางแบบรถซิ่งจากข้อมูลการวิจัยของ Hoosier กันดีกว่า ว่าในแต่ละช่วงน้ำหนักของรถแรงดันลมยางเท่าไหร่ถึงจะเหมาะกับการซิ่ง

แรงด้ันลมยางแนะนำสำหรับยาง radial ของ Hoosier (semi-slick racing tyres):

Light Vehicles 1800 – 2200lbs:  Hot Pressure       32 – 34  psi
2200 – 2600lbs:                                                                 34 – 36  psi
2600 – 3000lbs:                                                                 36 – 40  psi
OVER 3000lbs                                                                    40 – 42   psi

แรงดันลมยางข้างต้นเป็นแรงดันลมยางที่อุณหภูมิทำงาน หลังจากการวอร์มจนได้อุณหภูมิ จะต่างกับการเติมลมยางตามป้ายลมยางมาตรฐานที่มาจากโรงงาน เพราะป้ายลมยางมาตรฐานที่มาจากโรงงานนั้นจะแนะนำเป็น การเติมลมยางในสถานะที่มีอุณหภูมิเท่ากับสภาพแวดล้อม

ถ้าอยากจะลองแรงดันลมแบบ Hoosier ไปทำงานทุกวันแนะนำติดที่วัดลมยางไปทุกวัน เพื่อวัดหลังถึงที่ทำงานว่าเมื่อถึงที่ทำงานแรงดันลมขยายไปเท่าไหร่ หลังจากนั้นจะปรับจะลม แรงดันลมยางอย่างไรก็หลังจากยางกลับสู่สภาพปกติ แล้วค่อยปรับลมยางเพื่อให้ได้สถานะยางที่เหมาะกับการซิ่งแบบ Hoosier กันครับ

ลมยางสำหรับการแข่ง Circuit Racing

สำหรับการแข่งแบบ Circuit Racing จะชี้วัดกันที่สภาพสนาม และการตอบสนองที่สมเหตุสมผลกับการวิ่งในระยะยาว แรงดันลมยางจากสภาพก่อนวอร์มจนถึงหลังวอร์มควรจะอยู่ราวๆ  7-8 psi จากการทดสอบด้วย Porsche 911 ที่ถูกออกแบบให้มีการถ่ายน้ำหนักแบบ 50-50 เพื่อการสร้างโหลดแก่ยางที่เท่ากันทั้ง 4 ล้อ

ลมยางสำหรับการแข่ง Autocross

ในการแข่งขันแบบ Autocross เป็นการแข่งที่มีระยะสั่นกว่ามีการใช้เบรกที่เยอะกว่าการที่จะวอร์มอุณหภูมิบนสนามนั้นคงเป็นไปได้ยาก การเติมลมในสถานะปกติจึกต้องมีการเติมให้มากกว่าการแข่งแบบ Circuit Racing แต่การวอร์มยางก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะยางเองก็จะมีอุณหภูมิทำงานที่เพมาะสมให้เนื้อยางสามารถโชว์สมรรถนะที่ดีที่สุด ในการแข่งขันแบบ Autocross บางคนจึงมีการวอร์มยางก่อนที่จะเข้าสนามเพื่อสร้างสถานะที่พร้อมที่สุดสำหรับการแข่ง

สำหรับการเติมลมยางที่แบบสายซิ่งแบบ Hoosier ที่ผ่านการวิจัยมาแล้วอาจจะทำให้เพิ่มการเกาะถนนที่เหมาะสมกับแต่ละน้ำหนักก็จริงแต่ อาจจะส่งผลกระทบต่อการควบคุมการตอบสนองของหน้ายาง ฉะนั้นสำหรับรถบ้านๆอย่างเราสามารถเอามาปรับใช้ได้ครับแต่ก็ต้องมีการทดสอบปรับแรงดันลมยางอาจจะเริ่มจากการจับเวลาจากบ้านไปทำงาน(รถไม่ติด) จับฟิวลิ่งการขับขี่ กับลมยางตามป้ายมาตรฐานลมยางก็ได้ แล้วค่อยเพิ่มลดเมื่ออุณหถูมิยางลดลง รับลองว่าจะทำให้การขับขี่ของเพื่อนจะสนุกขึ้นแน่นอน

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

บทความใกล้เคียง
บทความที่ได้รับความนิยมสูงสุด
Top