AutoTireChecking สเปคและราคายางอัพเดต่าสุด ตารางผ่อนรถและโปรโมชั่น - ราคารถ TOYOTA - ราคารถ HONDA - ราคารถ ISUZU - ราคารถ MAZDA - ราคารถ FORD - ราคารถ NISSAN - ราคารถ SUZUKI - ราคารถ MG บทความยางรถยนต์ - ยาง BRIDGESTONE - ยาง YOKOHAMA - ยาง MICHELIN - ยาง DUNLOP - ยาง GOODYEAR - ยาง FALKEN - ยาง NITTO - ยาง TOYO - ยาง HANKOOK โปรโมชั่น - COCKPIT - B-QICK - BOSCH - TYREPLUS - A.C.T. - AUTOBACS ติดต่อโฆษณา

How to : การดูแลรักษายางรถยนต์ง่าย ๆ ด้วยตัวคุณเอง

เราทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่ายางรถยนต์ก็เปรียบเสมือนพื้นรองเท้า ที่พารถยนต์คู่ใจของท่านทะยานไปบนท้องถนนได้อย่างมีสมรรถนะ และได้ดั่งใจของผู้ขับขี่ หลายท่านยอมแลกที่จะซื้อยางรถยนต์ที่มีราคาสูงเพื่อจะแลกกับการได้รับสมรรถนะที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของการขับขี่ได้ดี แต่รู้หรือไม่ครับว่า ยางรถยนต์เองก็ต้องการการดูแลรักษาเพื่อการคงประสิทธิภาพ และคุณสมบัติเฉพาะของตัวมันเองไว้ด้วยเช่นกัน

เมื่อเราไม่ดูแลรักษายางรถยนต์ให้ดีก็อาจจะเป็นสาเหตุให้การใช้งานของยางรถยนต์นั้นๆเสื่อมประสิทธิภาพก่อนอายุการใช้งานก็เป็นได้ เพราะยางรถยนต์นั้นจะต้องรับภาระทั้งแรงเบรก และตอบสนองการควบคุม หากเกินการเสื่อมสภาพคงดูไม่จืดนะครับ

เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีวีธีใดบ้างที่เราสามารถดูแลยางรถยนต์ของเราเองได้บ้าง

1.การตรวจเช็คลมยาง

ลมยางมีผลอย่างยิ่งกับสมรรถนะการขับขี่ทั้งด้าน การควบคุม, การบังคับเลี้ยว, การเบรค, และสุดท้ายคือความประหยัดน้ำมัน นอกจากนี้หากมีการเติมลมยางที่ผิดพลาดไม่ว่าจะมากไป หรือน้อยไป จะส่งผลให้เกิดการสึกหรอที่ผิดปกตื เมื่อใช้ไปนานวันก็จะทำให้ยางเสื่อมสรรถภาพไวกง่าปกติ

ข้อปฎิบัติง่ายๆ คือ ต้องมีการตรวจเช็คลมยางเป็นประจำ เพราะว่าลมยางนั้นจะเกิดการสูญเสียไปทุกวันอยู่แล้วเนื่องจากการใช้งาน แม้จะอยู่ในอุณหภูมิ 1 PSI ทุกเดือนในการใช้งานอุณหภูมิปกติ ฉะนั้นเราจะต้องตรวจเช็คลมยางของเราทุกเดือน ลมยางมาตรฐานของล้อติดรถยนต์จะระบุอยู่ข้างประตูคนขับเราสามารถตรวจเช็คได้เลย และลมยางสูงสุดที่เติมไม่ควรเกินที่ระบุไว้บริเวณแก้มยาง

2.การสลับยาง

ทำไมต้องสลับยาง? รถยนต์ของเราต้องใช้ยางพร้อมกัน 4 เส้น แบ่งเป็นล้อหน้า 2 เส้น ล้อหลัง 2 เส้น โดยทั้ง 4 เส้น นั้นการสึกหรอจะไม่เท่ากันขึ้นกับการใช้งาน โดยส่วนใหญ่แล้วยางของล้อหน้าทั้งสองข้างจะมีการสึกหรอมากกว่าคู่หลัง เพราะจะต้องถูกบดให้บังคับเลี้ยวรับแรงจากเครื่องยนต์ ยิ่งในรถยนต์ขับเคลื่อนล้อหน้ายิ่งทำให้ยางคู่หน้าสึกไวมากขึ้นไปอีก

เมื่อไหร่ควรจะสลับยาง? โดนส่วนใหญ่เราจะสลับยางกันทุกๆ 10,000 กิโลเมตร นอกจากนั้นยังมีองค์ประกอบในการประเมิณว่าเราจะต้องเปลี่ยนยางด้วยการใช้งาน

  • การใช้งาน ความเร็วสูง, การแบกรับน้ำหนักที่เยอะเกินไป, การเดินทางเป็นระยะไกลๆ หากรถยนต์ของท่านต้องใช้งานทั้งสามแปปทุกๆวัน อาจจะต้องถี่กว่าในการสลับยางกันทุกๆ 10,000 กิโลเมตร
  • เกิดการสึกหรอที่ผิดปกติ การสึกหรอของหน้ายางอย่างผิดปกติ เช่นการสึกหรอค้างเดียว เป็นต้น เราต้องรีบสลับยางไปด้านหลังให้ไวที่สุด
  • สุดท้ายคือเสียงรบกวนหากได้ยินเสียงรบกวนดังผิดปกติ ก็ควรจะสลับยาง

3.ตรวจเช็คดอกยาง

การตรวจเช็คการสึกหรอของลายดอกยางเป็นระยะๆจะช่วยให้เรารู้สภาพของการใช้งาน และสามารถประเมินและป้องกันปัญหาที่จะเกิดได้ การตรวจเช็คดอกยางนั้นควรจะเช็คเดือนละครั้ง หรือก่อนและหลังการเดินทางไปไหนไกลๆ

แถบชี้วัดการสึกกร่อนของยาง : แถบนี้จะชี้วัดการสึกหรอของยางว่าควรจะเปลี่ยนแล้วหรือไม่ หากแถบนี้หายไปละก็ควรจะรีบเปลี่ยนยางของคุณทันที

ดอกยางต่ำกว่า 1.6 มิลิเมตร : เป็นมาตรฐานตามกฏหมายยุโรปที่กำหนด ว่ายางที่จะใช้บนท้องถนนจะต้องมีความลึกดอกยางไม่ต่ำกว่า 1.6 มิลิเมตร

การเกิดเสียงดัง : เช็คเศษหิน หรือเศษต่างๆที่ติดอยู่ในร่องยาง โดยส่วนใหญ่จะเอาออกได้ง่ายแต่ก็มีบางกรณีที่มันจะไปทำให้เกิดลอยขีดข่วนขึ้น

4. เมื่อไหร่ควรจะเปลี่ยนยาง

เรารู้หรือไม่ว่าเมื่อไหร่ควรจะต้องเปลี่ยนยาง แน่นอนเมื่อยางรถยนต์ของท่านเสื่อมสถาพ ไม่ว่าจะเนื่องด้วยอายุของยาง หรือเนื่องด้วยการใช้งาน การตรวจเช็คความผิดปกติของยางไม่ว่าจะเป็น แถบชี้วัดการสึกหรอที่หายไป, การสึกหรอที่ผิดปกติ, อาการบวมปูดของยาง, การแตกลาย, และยางที่แบนไม่รับลม นอกจากนี้ก็ยังมัอีกหลายอย่าง

 

 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

บทความใกล้เคียง
ยางรุ่นไหนฮิตสุดๆ
ยางรถยนต์ขอบ 16"
ยางรถยนต์ขอบ 17"
ยางรถยนต์ขอบ 18"
ยางรถยนต์ขอบ 19"
Top